บอร์ด กสท. เคาะมติ “พักใช้ใบอนุญาต” ซีทีเอช 30 วัน จ่อเพิ่มโทษ หลังไม่ส่งแผนเยียวหลังยุติบริการ
นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ก.ย.) มีมติเห็นชอบกำหนดมาตรการบังคับทางปกครอง
กรณี บริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด ไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุม กสท. วันจันทร์ที่ 22 ส.ค. 2559 ที่กำหนดให้ส่งแผนเยียวยาสมาชิกซีทีเอช หลังยุติบริการ โดยกำหนดให้ “พักใช้”ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ระดับชาติ ใบอนุญาตเลขที่ B1-N21431-0003-56 ของบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับคำสั่ง เนื่องจากบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทาง โดยมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งคำสั่งทางปกครอง และแจ้งสิทธิในการฟ้องคดีปกครองให้ซีทีเอช ทราบเป็นหนังสือภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ กสท. มีมติ
ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาการพักใช้ใบอนุญาตหากบริษัทฯ ยังคงเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามมติที่ประชุม กสท.เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ส.ค. 2559 ให้สำนักงาน กสทช. รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเสนอต่อที่ประชุม กสท. เพื่อพิจารณากำหนดโทษทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ที่ประชุม กสท. ได้มอบหมายให้ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. เป็นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีแทน กสทช. และ กสท. ไปให้ถ้อยคำต่อศาล ในวันที่ 14 ก.ย. 2559 ที่ศาลปกครองกลาง กรณี บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารช่อง 3 (ผู้ฟ้องคดี) ได้ยื่นฟ้อง สำนักงาน กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และกสท. ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีปกครองหมายเลขดำที่ 1333/2559 ที่ประชุม กสท. เห็นชอบแนวทางการจัดทำคำชี้แจง และคำให้การแก้คำฟ้องคดีตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ พร้อมทั้งเห็นชอบให้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการไปให้ถ้อยคำชี้แจงต่อศาลปกครองกลาง








