ทยอยลดพอร์ต เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ส่วนใหญ่ล้วนปรับตัวลง จากความกังวลเรื่องแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED หลังผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้มีการขยายระยะเวลาการทำ QE ออกไป อีกทั้งความเห็นของผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐสาขาบอสตันที่ว่า FED ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ และค่าเงินบาทขณะนี้มีทิศทางอ่อนค่าลง
แนวรับ/แนวต้าน : 1425/1460 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
หุ้นแนะนำ
KCE (110) : คาดผลประกอบการ 3Q59 จะออกมามากที่สุดของปีจากช่วง high season เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ราคาอาหารสัตว์ที่คงที่
EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง
IVL (40) : แนวโน้มในครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 20% นับตั้งแต่จุดสูงสุด เรามองว่ารับข่าวร้ายไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ได้รับผลลบจากปัจจัยในประเทศมาก นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเมื่อคืน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ แบงก์เร่งลงทุนไอที สร้างความปลอดภัยดิจิทัลแบงก์ ระบุงบลงทุนเพิ่มต่อเนื่อง หลังมิจฉาชีพพยายามโจรกรรมข้อมูลและเงินในบัญชี “ไทยพาณิชย์” รื้อระบบไอที ทุ่มงบพันล้าน ลงทุนระบบดิจิทัลแบงกิ้งใหม่ รองรับไอโอแมทริก ทั้งสแกนม่านตา และใช้ลายนิ้วมือคาดใช้ได้ต้นปีหน้า “กสิกรไทย” คาด 2-3 ปีข้างหน้า เงินลงทุนป้องความปลอดภัยต้องเพิ่มกว่า 50% ทางด้าน กสทช.–แบงก์ชาติ ถกแนวทางสร้างความเชื่อมั่นใช้บริการทางการเงินผ่านมือถือ ด้าน สพธอ. ผนึกไอซีที ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการกระทำความผิดทางคอมพ์ หวังสร้างความมั่นใจใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทำธุรกรรมซื้อขายสินค้า
+ “บินไทย” เตรียมชงแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี เข้าบอร์ด 15 ก.ย.นี้ ยันจะชูกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนรายได้ นอนคอร์นอกธุรกิจการบิน ขณะที่ฝ่ายครัวการบินกางแผนเจาะขายสินค้าตลาดญี่ปุ่น–จีน พร้อมลุยเปิดพัฟแอนด์พาย และขยายธุรกิจจัดเลี้ยงทั่วประเทศ หวังดันสัดส่วนรายได้ปีนี้พุ่ง 3-5%
- แผนฟื้นฟูการรถไฟฯสะดุด คลัง–ร.ฟ.ท.ยุติแผนโอนที่ดินมักกะสันแลกหนี้ 6.1 หมื่นล้าน เหตุติดข้อกฎหมาย รอกฤษฎีกาตีความ ขณะบอร์ดใหม่ถกฝ่ายบริหาร 13 ก.ย. ปมบริหารสินทรัพย์ “พิชิต” ระบุเป็นปัญหาใหญ่ขององค์กร เล็งใช้โมเดลตลาดทุนประยุกต์ใช้ หนักใจวาระ 3 ปีไม่พอ
- สหรัฐตีกลับสินค้าไทย ตรวจพบไม่ได้มาตรฐานเดือน มิ.ย. 37ครั้ง ปฏิเสธนำเข้า 27 ราย ทั้งอาหารและยา “พาณิชย์” เตือนผู้ส่งออกปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ หวั่นกระทบภาพรวมส่งออกไทย
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันศุกร์ โดยดัชนี S&P 500 ดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ขณะที่นักลงทุนมีความวิตกมากขึ้นหลังการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และจากความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่สนับสนุนการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 394.46 จุดหรือ 2.13% สู่ 18,085.45, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 53.49 จุดหรือ 2.45% สู่ 2,127.81 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 133.58 จุดหรือ 2.54% สู่ 5,125.91
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดดิ่งลงในวันศุกร์ และปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการรูดลงรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่ได้ปรับเปลี่ยนโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์ในการประชุมวันพฤหัสบดี ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดดิ่งลง 81.75 จุด หรือ 1.19 % สู่ 6,776.95 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,762.30-6,862.38
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดทรงตัวท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวนในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนยังคงมองหาสัญญาณที่บ่งชี้ว่า สหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะเพิ่มมาตรการกระตุ้นทางการเงินแบบเชิงรุกหรือไม่ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 6.99 จุด หรือ 0.04% ที่ 16,965.76 และปรับตัวลง 0.2% ในสัปดาห์
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 3.65 % ในวันศุกร์ โดยลดช่วงบวกที่ทำไว้ในวันพฤหัสบดีลงจนเกือบหมด ในขณะที่เทรดเดอร์ตั้งข้อสังเกตว่า พายุโซนร้อนเป็นสาเหตุที่ทำให้สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรงในรายงานที่ออกมาในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.ดิ่งลง 1.74 ดอลลาร์ มาปิดตลาดที่ 45.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.56-47.36 ดอลลาร์









