วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระวังแรงเทขายต่อเนื่อง (9 ก.ย.59)

ทยอยลดพอร์ต เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  ระวังแรงเทขายต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงเมื่อวานร่วมๆ 32 จุดจากแรงขายของกองทุนอย่างต่อเนื่อง เรามองว่าแนวโน้มในระยะกลางยังเป็นขาลงจากปัจจัยในประเทศที่อยู่เหนือการควบคุม ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังไม่มีอะไรน่ากังวล อย่างไรก็ตามเรามองว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจจะมีการ Rebound ระยะสั้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นบางกลุ่มที่ปรับตัวลดลงแรงเมื่อวาน เรามองว่าเป็นโอกาสในการขายและชะลอดูตลาดมากกว่าที่จะเก็งกำไรในระยะสั้นหรือกลาง ส่วนนักลงทุนระยะยาว เราแนะนำเริ่มเก็บหุ้นพื้นฐานที่ปรับตัวลดลงมาแรง ทั้งนี้เรามองว่าทิศทางเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงดีต่อเนื่อง และการเมืองยังคงมีเสถียรภาพ

แนวรับ/แนวต้าน : 1470/1515 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ

หุ้นแนะนำ

CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ราคาอาหารสัตว์ที่คงที่

BCH (14.00) : แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/59ยังโดดเด่นต่อเนื่อง จากช่วง high season และผลประกอบการของ WMC ที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3/59

EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง

IVL (40) : แนวโน้มในครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 20% นับตั้งแต่จุดสูงสุด เรามองว่ารับข่าวร้ายไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ได้รับผลลบจากปัจจัยในประเทศมาก นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเมื่อคืน



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ อุตสาหกรรมเผยร่างกฎหมายอีอีซี งัดมาตรการจูงใจนักลงทุน ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้เชี่ยวชาญ-นักวิจัยต่างชาติเหลือ 15% ต่ำสุดในอาเซียน เพิ่มวีซ่าทำงานเป็น 5 ปีพร้อมเปิดทางเช่าที่ดินระยะยาวรวม 99 ปี มั่นใจดึงดูดลงทุน 5 แสนล้าน ใน 5 ปี หนุนยกระดับอุตสาหกรรมไทย ขณะ สศช.ประเมินเศรษฐกิจไทย ยังดึงดูดการลงทุน แม้จีดีพีโตต่ำ

+ หอการค้าฯ ยังลุ้นครึ่งปีหลังรัฐเร่งเบิกจ่าย ลงทุนท่องเที่ยวยังแจ่ม ปาฏิหาริย์ดันส่งออกฟื้น กระตุ้นจีดีพีปีนี้ขยายตัวเกิน 3.3% ขณะที่หุ้นดิ่งต่อ 32 จุด หลุดแนวรับ 1,480 จุด กลุ่มใหญ่เทขายหนัก โบรกฯ มองนักลงทุนกังวลจีดีพีไม่โตตามคาด ชี้ข่าวลือแค่ปัจจัยรอง ตลท.ยันหุ้นลงแรงแค่ปรับฐานมองกำไร บจ.ยังแข็งแกร่งเชื่อไม่กระทบไอพีโอ

+ คลังแจงแผนกู้เงินปีงบ 60 วงเงิน 9.57 แสนล้านบาท ฟุ้งต่างชาติสุดปลื้มพันธบัตรรัฐบาลไทย ชี้ปลอดภัยสูง ความเสี่ยงต่ำ แม้ดอกเบี้ยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพฤหัสบดี โดยหุ้นแอปเปิลถ่วงตลาดลงหลังการเปิดตัวไอโฟ 7 ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับตลาด แต่การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานช่วยสกัดกั้นการร่วงลงของตลาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 46.23 จุดหรือ 0.25% สู่ 18,479.91, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 4.86 จุดหรือ 0.22% สู่ 2,181.30 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 24.44 จุดหรือ 0.46% สู่ 5,259.48

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี และปรับตัวแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นประเทศอื่นๆในยุโรป หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่สถิติต่ำสุด และไม่ได้ปรับเปลี่ยนโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 12.12 จุด หรือ 0.18 % สู่ 6,858.70 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,819.82-6,889.64

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลง หลังจากรองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจจะไม่ตัดโอกาสที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 53.67 จุด หรือ 0.32% ที่ 16,958.77

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 4.7 % ในวันพฤหัสบดี ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรงเกินคาด และปริมาณการนำเข้าน้ำมันในแถบชายฝั่งกัลฟ์โคสต์ของสหรัฐดิ่งลงสู่สถิติต่ำสุด ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.พุ่งขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 4.7 % มาปิดตลาดที่ 47.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.77-47.75 ดอลลาร์ โดยการพุ่งขึ้น 4.7 % ในครั้งนี้ถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.