วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘นุสรา’ กาง 6 แผน ขับเคลื่อนธุรกิจประกันชีวิต

หลังจากสมาคมประกันชีวิตไทยได้นายกสมาคมฯหญิงคนแรกในประวัติอย่าง“นุสรา(อัสสกุล)บัญญัติปิยพจน์”ที่มารับตำแหน่งไปเมื่อวันที่29ก.ค.ที่ผ่านมา

“นุสรา”แม่ทัพหญิงที่ยกเครื่อง บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต ฝ่าสมรสุมและยืนหยัดท่ามกลางการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งจนเป็นบริษัทที่เคียงคู่คนไทยมาร่วม67ปี ภายใต้สโลแกน “เพื่อนคู่ชีวิตตลอดไป” และด้วยความเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์กว้างขวาง คลุกคลีในวงการธุรกิจประกันชีวิตกว่า30ปี

++กาง6แผนเคลื่อนธุรกิจ

สำหรับนโยบายสำคัญของสมาคมฯ เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานปีบริหาร 2559-2560 “นุสรา” บอกว่าประกอบด้วย 6เรื่อง เรื่องแรก สนับสนุนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายภาครัฐโดยการผลักดันให้มีการประกันชีวิตในรูปแบบดิจิทัลและการวางโครงสร้างระบบการประกันชีวิตทางอิเล็กทรอนิกส์(Life Insurance Digital)

เรื่องที่ 2 มุ่งพัฒนาระบบการประกันชีวิตและขยายฐานการตลาดให้ครอบคลุมทุกมิติเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

เรื่องที่ 3 เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและเน้นบทบาทการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน โดยการผลักดันธุรกิจประกันชีวิตให้สามารถขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้บริษัทสมาชิกสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้

เรื่องที่ 4 สนับสนุนให้มีการปรับปรุงและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ(New Laws) สมาคมฯ จะเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงภาครัฐในการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ข้อบังคับเพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

เรื่องที่ 5 ส่งเสริมและสนับสนุนแนวทางการให้ความรู้และการเข้าถึงบริการด้านการประกันชีวิตกับประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม(Insurance Literacy)ผ่านกิจกรรมและช่องทางการสื่อสารในรูปแบบที่หลากหลายร่วมกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน

เรื่องสุดท้าย ยกระดับมาตรฐานการให้บริการงานสมาคมเช่นการเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารของธุรกิจประกันชีวิตการเป็นศูนย์รวมการจัดสอบและอบรมตัวแทน-นายหน้าประกันชีวิตที่มีคุณภาพ

​++เป็นตัวกลางฮึดสู้“ฟินเทค”

ส่วนสิ่งที่หนีไม่พ้นในยุคดิจิทัล “บทบาทฟินเทค” เข้ามารุกล้ำ จนสถาบันการเงินอย่างธนาคารต้องปรับตัวครั้งใหญ่และฟินเทคจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันเริ่มคืบคลานเข้าสู่ธุรกิประกันชีวิตแล้วในฐานะคู่แข่งขันตัวฉกาจเลยทีเดียว เรื่องดังกล่าวทาง สมาคมฯ จะตั้งรับอย่างไรนั้น

“นุสรา” บอกว่า สมาคมฯ พร้อมส่งเสริมภาคธุรกิจโดยเป็นตัวแทนในการผลักด้านพัฒนาการต่างๆ ทั้งกฎหมายหรือแนวปฏิบัติประสานงานและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการนำ Technology มาใช้กับการพัฒนากิจการประกันชีวิตให้เจริญก้าวหน้าเนื่องจาก “ฟินเทค” สามารถเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรมประกันชีวิตกล่าวคือ

1.ขั้นตอนก่อนการขาย/เสนอขายฟินเทคจะเป็นเครื่องมือช่วยให้ลูกค้ามีความรู้ด้านการเงินด้านการประกัน(Smarter Financial Decisions Tool) สามารถประเมินสถานะการเงินและเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับตัวเองได้

2.ขั้นตอนการขาย/การชำระเงินฟินเทคสามารถช่วยในการยืนยันตัวบุคคลและตรวจสอบลูกค้าได้รวมถึงจะอำนวยความสะดวกในการชำระเงินช่วยลดขั้นตอนลดการทุจริตทำให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.ขั้นตอนหลังการขายฟินเทคสามารถจะเป็นเครื่องมือช่วยเตือนการชำระเบี้ยประกันช่วยบริหารตรวจสอบผลประโยชน์ทางการเงินเป็นต้น

++พร้อมรับมือยุคดบ.ต่ำ

นอกจากนี้ในภาวะยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ธุรกิจประกันชีวิตได้ปรับตัวทั้งในแง่การพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาด“นุสรา” บอกว่าใน ปีนี้จะเห็นว่าบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งออกกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุนหรือ Unit-linked เป็นทางเลือกในการวางแผนการเงินโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการลงทุนในระยะยาวและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป โดยสมาคมได้มีนโยบายพัฒนาคุณภาพผู้เสนอขายผลิตภัณฑ์Investment Link Productให้มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้งอีกด้วย

สำหรับด้านการลงทุน โดยปกติบริษัทประกันชีวิตจะนำเบี้ยประกันชีวิตส่วนใหญ่ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลแต่จากการที่ภาวะดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลต่ำกว่า 2% ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและโอกาสที่ผลตอบแทนจะกลับไปอยู่ที่ระดับ4-6%อีกคงจะเป็นเรื่องยากบริษัทจึงพยายามหาทางลงทุนในสินทรัพย์ลงทุนประเภทต่างๆ เพื่อให้ผลตอบแทนกลับมาเพียงพอต่อการการันตีผู้เอาประกันภัย

โดยสมาคมฯได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้แต่งตั้งผู้แทนสมาคมที่มีความเชี่ยวชาญเข้าร่วมเป็นคณะทำงานย่อยศึกษาอัตราคิดลดของหนี้สินจากสัญญาประกันภัยและคณะกรรมการศึกษาผลกระทบและเสนอมาตรการรองรับกรณีอัตราดอกเบี้ยตลาดอยู่ในระดับต่ำร่วมกับสำนักงานคปภ.สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์และสำนักงานสอบบัญชี(Big 4)เพื่อหารือในเรื่องดังกล่าว

แน่นอนความโดดเด่นของ“นุสรา” ที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจครั้งนี้นั้นคือ“พลังแห่งการคิดบวก” หากใครได้พบเจอจะต้องสัมผัสได้ถึงพลังบวกในตัวเธอ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทำให้ธุรกิจประกันชีวิตฝ่าฟันอุปสรรคทุกสิ่งได้ ในช่วงที่จะต้องก้าวผ่านหลายประเด็นท้าทาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงไปสู่“โลกยุคดิจิทัล”ที่ต้องปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงของ“โลกเศรษฐกิจยุคต่างขั้ว”ที่ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตชะลอลงไม่เป็นอย่างที่คาดหวังอีกต่อไป

...ถึงเวลาเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการธุรกิจประกันชีวิตเพื่อก้าวที่จะก้าวข้ามไปสร้างแต้มต่อที่ยั่งยืน