ผู้บริโภคเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หลังลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญช่วยให้การเมืองนิ่ง รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นศก.
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ส.ค.เท่ากับ 62.2 สูงขึ้นจากเดือน ก.ค. ซึ่งอยู่ที่ 61.4 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน เท่ากับ 67.6 สูงขึ้นจาก 67.4 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตเท่ากับ 89.7 เท่ากับ 88.7 ดัชนีทุกรายการดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2
เนื่องจากการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจมีความมั่นใจต่อเสถียรภาพทางการเมืองของไทยดีขึ้น ทำให้เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดี ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยายตัวถึง 3.5% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และปัญหาภัยแล้งคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการปรับเพิ่มขึ้น ทำให้กำลังซื้อภาคครัวเรือน และเกษตรกรในต่างจังหวัดดีขึ้น ซึ่งจากการที่มีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายต่อไปได้ และจะมีการใช้จ่ายเพื่อการลงทุน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ น่าจะขยายตัวได้ 3.3%
ทั้งนี้ประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย เพราะกังวลถึงการส่งออกที่ยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่เริ่มขยับราคาขึ้น ส่งผลกดดันต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค









