วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"เรณู"ลาออกไตรภาคีโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ป่วน “พล.อ.อนันตพร” ยอมรับ “เรณู” ลาออกจากกรรมการไตรภาคี กระทบแผนสร้างโรงไฟฟ้าล่าช้า

พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีนางเรณู เวชรัชต์พิมล กรรมการไตรภาคีสัดส่วนภาคประชาชน โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ลาออกจากกรรมการไตรภาคีว่า การลาออกของกรรมการไตรภาคีอาจส่งผลให้การพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ล่าช้าออกไป แต่เชื่อว่าสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งไตรภาคี จะดำเนินการแต่งตั้งกรรมการใหม่ขึ้นมาแทนเพื่อให้คณะกรรมการครบองค์ประชุม

“ส่วนตัวได้รับทราบข่าว การลาออกของกรรมการแล้ว ซึ่งเหตุผลหนึ่งไม่ยอมปฏิบัติตามที่มีการเสนอแนะในที่ประชุม การเป็นกรรมการก็ควรจะรับฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย โดยส่วนตัวเห็นว่าการทำงานควรยึดหลักเหตุผลเป็นหลัก ความเห็นไม่ตรงกันก็ควรแก้ด้วยเหตุผล เพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป” พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า การลาออกของนางเรณู โดยได้ตั้งข้อสังเกตและข้อสงสัย ในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ในหลายประเด็น เช่น การเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม มีความครบถ้วนและสอบถามประชาชนในพื้นที่หรือไม่นั้น กฟผ. ชี้แจงว่า ในการจัดทำรายงาน EHIA ได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญ คือ บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เก็บข้อมูลในพื้นที่ทั้งในรัศมี 5 กิโลเมตร และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลทั้งภาคสนาม และสอบถามจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ การดำเนินการดังกล่าว ยังเป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด

ส่วนข้อห่วงใยเรื่องการเก็บข้อมูลพื้นฐานสารโลหะหนัก กฟผ. ได้จัดทำไว้ในรายงาน EHIA แล้ว รวมทั้งมีการประเมินการตกสะสมของโลหะหนักในสิ่งมีชีวิตตลอดอายุดำเนินการโรงไฟฟ้า 30 ปี ซึ่งจากการศึกษา ในพื้นที่โครงการพบการสะสมของโลหะหนักน้อยมาก และหากมีการพบการสะสมที่ผิดปกติหรือเกินค่ามาตรฐาน กฟผ. จะรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

พร้อมยืนยันว่า การก่อสร้างอุโมงค์ขนส่งถ่านหิน มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อลดผลกระทบต่อป่าชายเลน โดยจะไม่มีการนำดินเลนออกนอกพื้นที่ แต่กระจายถมในพื้นที่โรงไฟฟ้ากระบี่เดิม ซึ่งการก่อสร้างจะไม่มีผลกระทบเช่นเดียวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพมหานคร