"ขสมก." สั่งปรับคนขับรถเมล์สาย 40 เป็นเงิน 1,500 บาท พร้อมทำบันทึกทัณฑ์บน หลังทำเด็กตกรถเมล์ ขณะที่กรมการขนส่งฯ เรียกปรับอีก 5,000 บาท
นายคมสัน โชติประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ รักษาการแทน รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงกรณีพนักงานขับรถเอกชนร่วมบริการสาย 40 วิ่งระหว่างสถานีขนส่งสายใต้-รามคำแหง ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้โดยสาร ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนทวีธาภิเษก ตกจากรถขณะก้าวลง และได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและจมูก เหตุเกิดบริเวณปากซอยอิสรภาพ 21 ว่า ขสมก. ได้ประสานไปยัง บริษัท ออนชอร์ ทรานสปอร์ต เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ประกอบการรถเอกชนร่วมบริการสาย 40 และบริษัท เอเชียประกันภัย จำกัด ให้ดูแลค่ารักษาพยาบาลแล้ว และได้เชิญบริษัท ออนชอร์ ทรานสปอร์ต เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ประกอบการรถเอกชนร่วมบริการสาย 40 รวมถึงนายชิงชัย อาจวิชัย พนักงานขับรถดังกล่าวมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งนายชิงชัย ได้ยอมรับผิดโดยไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด ส่วนบริษัท ออนชอร์ ทรานสปอร์ต เซอร์วิสเซส จำกัด มีความผิดในฐานะที่บกพร่องไม่กำกับดูแลพนักงานให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ขสมก.
นายคมสัน กล่าวต่อว่า ขสมก. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของนายชิงชัย เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของ ขสมก. จึงได้ลงโทษปรับบริษัท ออนชอร์ ทรานสปอร์ต เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นเงิน 1,500 บาท ในฐานะผู้ประกอบการเข้าร่วมสัญญาเดินรถ พร้อมลงโทษปรับนายชิงชัย เป็นเงิน 1,500 บาท และทำบันทึกทัณฑ์บนไว้ หากพบกระทำผิดเช่นนี้อีกจะลงโทษสถานหนักต่อไป นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกยังได้เรียกตัวนายชิงชัย เพื่อไปเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 5,000 บาทด้วย
ด้านนายสุริยะ สาเอี่ยม รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงการดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บว่า ได้เชิญบริษัท ออนชอร์ ทรานสปอร์ต เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ประกอบการรถเอกชนร่วมบริการสาย 40 และบริษัท เอเชียประกันภัย จำกัด มาพูดคุยเพื่อให้ดูแลเรื่องการชดเชยค่าเสียหาย และค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว โดยเบื้องต้นทราบว่าตัวแทนบริษัทผู้ประกอบการรถฯ และบริษัทประกัน ได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กที่ได้รับบาดเจ็บแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ชี้แจงกับพ่อแม่ของเด็กแล้วว่าจะดูแล และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด พร้อมกันนี้บริษัทผู้ประกอบการรถฯ ยังได้มอบเงิน 10,000 บาท ให้เป็นค่าทำขวัญแก่เด็กด้วย ซึ่งพ่อแม่ก็พอใจกับความรับผิดชอบในครั้งนี้








