วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“โฮมเวิร์ค-โฮมโปร” มองบวกตลาดวัสดุฯโตสวนเศรษฐกิจ

“โฮมเวิร์ค” ประเมินตลาดวัสดุฯปีนี้ยังคงขยายตัว 3% จากมูลค่าตลาดรวม 4.6 แสนล้าน ด้านค่ายคู่แข่ง "โฮมโปร" ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต10-12%

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เซ็นทรัล ฮาร์ดไลน์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีก โฮมเวิร์ค, เพาเวอร์บาย, บ้าน แอนด์ บียอนด์ และไทวัสดุ ในเครือเซ็นทรัล เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง ที่รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านปีนี้ว่า ตลาดจะมีทิศทางเติบโตจากปีก่อน ราว 3% หรือมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 4.6 แสนล้านบาท โดยเป็นผลมาจากเซกเมนต์สินค้าตกแต่งบ้านที่สร้างแล้วเสร็จยังขยายตัวดี ประกอบกับกลุ่มโครงการอสังหาฯเดิมยังต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ดี หากประเมินเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะติดลบราว 3-5% เนื่องจากเซกเมนต์ดังกล่าวเริ่มชะลอตัว หลังจากปีก่อนมีโครงการพัฒนาอสังหาฯ เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม เกิดขึ้นหลายโครงการ ทำให้ปีนี้ผู้ลงทุนหรือนักพัฒนาโครงการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่เซกเมนต์ปูนซีเมนต์ ปีนี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงการก่อสร้างต่างๆ ของภาครัฐที่ทยอยออกมา

ดังนั้น ทำให้ปีนี้บริษัทยังคงใช้งบลงทุนขยายสาขากว่า 560 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายสาขา “ไทวัสดุ”เพิ่ม 1 สาขา ส่งผลให้ปีนี้เมื่อรวมสาขาของ “ไทวัสดุ” “โฮมเวิร์ค” และ “เพาเวอร์บาย” ส่งผลให้มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 86 สาขา

นอกจากนี้ ปีนี้จะใช้งบการตลาดรวมกว่า 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5% และยังคงเดินหน้าจัดงาน “โฮม เอ็กซ์โปร์ โดย เซ็นทรัล กรุ๊ป” ใช้งบลงทุนจัดงาน ทำการตลาด และโฆษณาประชาสัมพันธ์ กว่า 120 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่จัดงานจาก 1- 2 หมื่นตร.ม. เป็น 3 หมื่นตร.ม. ตั้งเป้าหมายยอดขายภายในงานกว่า 600 ล้านบาท จากปีก่อน 500 ล้านบาท

ขณะที่ผลประกอบการรวมของบริษัทในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.)ของปีนี้ ยังคงเติบโต กว่า 3- 5% โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้รวม ประมาณ 3.6 -3.7 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตกว่า 3 -5% แบ่งเป็น “โฮมเวิร์ค” “ไทวัสดุ”กว่า 2 หมื่นล้านบาท และอื่นๆ เช่น เพาเวอร์บาย อีก 1.6 -1.7 หมื่นล้านบาท เติบโตกว่า 5% โดยกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มียอดขายสูง คือ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น

ทั้งนี้ ปัจจุบัน“ไทวัสดุ”มีสัดส่วนยอดขายมาจากต่างจังหวัด 65%และกรุงเทพฯ 35% โดยมียอดขายจากกรุงเทพฯและภาคใต้สูงสุด แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากผู้บริโภคยังได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง แต่คาดว่า ปีหน้าจะเริ่มมีทิศทางฟื้นตัวขึ้น จากปัญหาที่เริ่มคลี่คลาย

นอกจากนี้ ปีหน้ามองว่า สภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัวดีขึ้น จากปัจจัยภาครัฐผลักดันโครงการต่างๆ ผนวกกับสถานการณ์ทางการเมืองชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้คาดว่า ปีหน้าจะขยายสาขาต่อเนื่อง แบ่งเป็น เพาเวอร์บาย 10 สาขา ไทวัสดุ และโฮมเวิร์ค 4-6 สาขา โดยใช้งบลงทุนขึ้นอยู่กับแบรนด์ต่างๆ แบ่งเป็น ไทวัสดุสาขาละ 500 ล้านบาท และเพาเวอร์บาย สาขาละ 15 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก จำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ตกแต่งอาคารและที่อยู่อาศัย “โฮมโปร” ของค่ายแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ได้วางแผนขยายสาขาโฮมโปรปีนี้ เพิ่มจาก 77สาขา เป็น 80 สาขา และเมกะโฮมจำนวน 10 สาขา รวมถึงเพิ่มสาขาในมาเลเซีย 2 สาขา จากปัจจุบันมี 1 สาขา โดยช่วงครึ่งปีแรกได้ขยายโฮมโปรแล้ว 1 สาขา คือ สาขาชัยพฤกษ์ และเมกาโฮม 1 สาขา คือ สาขาโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งยังตั้งเป้าหมายขยายสาขาในมาแลเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครบ 4 -5 สาขาภายในปี2561 และอีก 3- 4 ปี หรือภายในปี2563 ยังตั้งเป้าหมายจะขยายโฮมโปร ให้ครบ 100 สาขา และเมกาโฮมเป็น 20 สาขา

ปีนี้โฮมโปรตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 10 -12% หลังจากครึ่งปีแรกเติบโต 10.7% จากยอดขายสาขาเดิม รวมถึงการเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง หลังจากรายได้รวมช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ประมาณ 30,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.14% และมีกำไรสุทธิ กว่า 1,865 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ราว 19.5% ซึ่งเป็นรายได้จากยอดขายสาขาเดิม โดยเฉพาะเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เติบโตดีกว่าต่างจังหวัด