วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น ทูตพาณิชย์แห่ลดเป้าส่งออก

"ทูตพาณิชย์" แห่ลดเป้าส่งออกปีนี้ หลังเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น ตลาดหลักหดตัว ด้าน "อภิรดี" เตรียมถกแผนส่งออกปีหน้า 9 ก.ย.นี้ มุ่งเจาะตลาดใหม่

มูลค่าการส่งออกของไทยในปีนี้ มีแนวโน้มเป็นไปตามคาดหมายของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ หลังทูตพาณิชย์ในตลาดหลักยอมรับภาวะการส่งออกของไทยซบเซา จากภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้มีแนวโน้มว่าปีนี้มูลค่าการส่งออกจะติดลบเป็นปีที่ 3

สำหรับมูลค่าการส่งออกของไทยใน 7 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ค.)ในรูปเงินดอลลาร์ ติดลบ 2.28%

นางพรพิมล เพชรกูล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.)ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า การส่งออกปี 2559ไป ตลาดอาเซียน 9 ประเทศ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย คาดว่าจะติดลบ 0.8% มูลค่า 54,713 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ขยายตัว 7.4% มูลค่า 59,225 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากอาเซียนเป็นฐานการผลิตของสินค้ากึ่งวัตถุดิบที่ส่งต่อไปทั่วโลก เมื่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าไม่ดีจากปัญหาเศรษฐกิจโลก จึงทำให้การส่งออกของอาเซียนได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ สินค้าหลายรายการ ของไทย เช่น เสื้อผ้า สินค้าเกษตร มีการย้ายฐานผลิตไปยังเพื่อนบ้านแล้ว ทำให้ตัวเลขส่งออกไปจะไปขยายตัวที่ประเทศเหล่านั้นแทนที่จะเป็นการผลิตและส่งออกจากไทยเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบการค้าขายที่มีการส่งออกแบบส่วนบุคคล (กองทัพมด) ซึ่งไม่มีการบันทึกสถิติไว้จึงไม่มีตัวเลขการส่งออกจากไทยในช่องทางนี้

สำหรับเป้าหมายการส่งออกไปตลาดอาเซียนในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัว 2.5% มูลค่า 56,054 ล้านดอลลาร์ จากปัจจัยที่เศรษฐกิจหลายประเทศยังเติบโตได้ เช่น เวียดนาม พม่า ฟิลิปปินส์ ซึ่งสอดคล้องกับทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยการลงทุนในกลุ่มสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต การเกษตร สิ่งแวดล้อม กำลังเป็นที่ต้องการและไทยก็มีความสามารถ

ในปีหน้า สคต.มีแผนผลักดันให้ทุนไทยไปลงทุนในอาเซียนมากขึ้น และจะส่งเสริมการค้าการลงทุนไปยังเมืองรอง (ซิตี้ โฟกัส) เช่น ไฮฟองของเวียดนาม ซึ่งเป็นเมืองท่าทางตอนเหนือ เน้นกิจกรรมแสดงงานสินค้าเพื่อแนะนำสินค้าไทย ขณะที่สินค้าไทยในภาพรวมยังมีศักยภาพโดยเฉพาะในตลาดซีแอลเอ็มวี (เวียดนาม สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม)

ตลาดสหรัฐฯได้อานิสงส์รายงานค้ามนุษย์

นางสาวประนิตา เกิดพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ปี 2559 เดิมคาดว่าจะขยายตัว 5% แต่สถานการณ์ขณะนี้อาจจะขยายตัวไม่ถึง 1% เนื่องจากเศรษฐกิจยังชะลอตัว ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจที่จะใช้จ่าย แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปแต่ก็ยังไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจคึกคักเท่าที่ควร

ส่วนปี 2560 ตั้งเป้าไว้ 3% โดยสินค้าส่งออกยังเป็นสินค้าทุน เช่น อุปกรณ์ประกอบรถยนต์ เครื่องจักร ซึ่งมีสัดส่วน 40-50% ของตลาดส่งออก ที่เหลือเป็นอาหาร กุ้ง ทูน่า ปลาทูน่า แช่แข็ง สับปะรดกระป๋อง คาดว่าสินค้าประมงจะเพิ่มขึ้นปีหน้าประมาณ 10% หลังไทยถูกจัดอันดับรายงานการค้ามนุษย์ (TIP Report) ให้อยู่ในอันดับ Tier 2 Watch list ทำให้ไทยมีแต้มต่อมากกว่าคู่แข่งทั้งด้านซับพลายสินค้าประมงที่มากขึ้นและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค

ประเมินตลาดญี่ปุ่นปีหน้าโตเล็กน้อย1%

นางจิตต์วิภา ศักดิ์พิทักษ์สกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ตลาดญี่ปุ่นในปี 2559 น่าจะลดลงแต่ไม่มาก โดยล่าสุดการส่งออกไปญี่ปุ่นติดลบ 2% จึงคาดว่าทั้งปีน่าจะขยายตัวที่ 0% มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 1% เนื่องจากเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังมีภาวะชะลอตัว ทำให้ไม่มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ถือว่าแย่มาก เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นมีมาตรการต่างๆออกมาแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง
ส่วนในปี 2560 คาดว่าส่งออกไปญี่ปุ่นจะขยายตัว 1% มูลค่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ทำได้ในปีนี้ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์

สำหรับแผนส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นในปีหน้า ไทยจะเน้นการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น ตลาดผู้สูงอายุ ตลาดสินค้าผู้ชาย ซึ่งผู้ชายญี่ปุ่นมีรสนิยม ชื่นชอบการแต่งตัว และกลุ่มผู้รักสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันจะเน้นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศซึ่งญี่ปุ่นเองตอบรับการไปลงทุนของไทย เพราะปัจจุบันญี่ปุ่นต้องการการเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น แล้ว เช่น พลังงานทางเลือก สปา

ตลาดอียูรับผลกระทบเบร็กซิท

นางสาวสุภาวดี แย้มกมล อัครราชทูต(ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกไทยไปยังสหภาพยุโรป (อียู) ปีนี้คาดจะยังขยายตัว 1% จากปีที่ผ่านมา มูลค่า22,169 ล้านดอลลาร์ แต่การส่งออก 8 เดือนแรกปีนี้ ติดลบ 2.4% มูลค่า 12,542 ล้านดอลลาร์ สาเหตุสำคัญมาจาก ผลกระทบจากประชามติเบร็กซิท ทำให้ค่าเงินปอนด์อ่อนลงประมาณ 10% ส่งผลให้ราคาสินค้าจากต่างประเทศปรับขึ้น ส่วนสินค้าไทยที่นำเข้าไปปรับราคาขึ้นประมาณ 15% จึงกระทบต่อปริมาณการนำเข้าสินค้าลดลง

นางสาวพรรณกาญจน์ เจียมสุชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว สาธารณะรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า เป้าหมายการส่งออกปีนี้มีโอกาสที่จะปรับลดลงจากเดิมเล็กน้อย เพราะยังมีปัจจัยที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ดี และการย้ายฐานการผลิต ประกอบการตัวเลขการส่งออกในช่วงที่ผ่านมายังคงติดลบ อย่างไรก็ตามจะพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งในส่วนของเป้าหมายการทำงานยังคงให้เป็นบวก

ส่วนแผนผลักดันการส่งออกตลาดจีนในปี 2560 จะเชื่อมโยมรูปแบบการค้าออนไลน์ของไทยเข้ากับของจีน เพราะจีนเป็นตลาดที่มีอัตราขยายตัวสินค้าออนไลน์สูง