วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชือด'ม่านฟ้า-เก๋เลเดอเรอร์'ขายหุ้นกู้ไม่ได้รับอนุญาติ

"ก.ล.ต."กล่าวโทษ"ม่านฟ้ากรุ๊ป-เลเดอเรอร์" และ"อรปภัตร จันทรสาขา-กันยกร ศุภการค้าเจริญ" ต่อบก.ปอศ. เหตุขายหุ้นกู้ให้ประชาชนไม่ได้รับอนุญาติ

สำนักงานก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีบุคคลที่ชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า กรณีแรกบริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด โดย นางสาวอรปภัตร จันทรสาขา กรรมการผู้มีอำนาจ ได้ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกำหนดวงเงินขั้นต่ำสำหรับการเข้าร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท และอ้างว่าจะให้ผลตอบแทน 15% ต่อปีในระยะเวลา 12 เดือน

สำหรับกรณีบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยนางสาวกันยกร  ศุภการค้าเจริญ กรรมการผู้มีอำนาจ ได้ชักชวนประชาชนให้ร่วมหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีวงเงินขั้นต่ำสำหรับการเข้าร่วมหุ้นที่ 100,000 บาท และอ้างว่าจะให้ผลตอบแทน 5% ในระยะเวลา6 เดือน โดยทั้งสองบริษัทดังกล่าวสัญญาว่าจะทยอยคืนเงินร่วมหุ้นพร้อมผลตอบแทนทุก ๆ 30 วัน จนกว่าจะครบกำหนดสัญญา 

การดำเนินการของบริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัดและ บริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้ต่อประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535ก.ล.ต.จึงกล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดข้างต้น รวม 4  ราย ได้แก่ 1.บริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด 2. นางสาวอรปภัตร จันทรสาขา ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป จำกัด 3.บริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ 4. นางสาวกันยกร ศุภการค้าเจริญ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เลเดอเรอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้แจ้งผลการดำเนินการข้างต้นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ดังนั้น ก.ล.ต. ขอเตือนผู้ลงทุนให้ใช้ความระมัดระวัง หากถูกชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างว่า สามารถให้ผลตอบแทนในระดับที่สูง และควรตรวจสอบว่าผู้ที่ชักชวนเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ที่ระดมทุนโดยการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน และผู้ที่ชักชวนให้ลงทุนในหลักทรัพย์จะต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.  ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือแจ้งเบาะแสโทร 1207  นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์จะพึงจ่ายได้ อาจเป็นการจ่ายจากเงินที่ได้จากผู้ร่วมหุ้นรายใหม่ ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ไม่สามารถให้ผลตอบแทนดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และยังอาจเข้าข่ายเป็นความผิดกฎหมายทางการเงินฉบับอื่นอีกด้วย