วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนรับทรัพย์'บลจ.กสิกร'ปันผล4กองแอลทีเอฟ 1.6 พันล้าน

บลจ.กสิกรไทยคืนกำไรหนัก ปันผล 4 กองทุนแอลทีเอฟ รวมกว่า 1,600 ล้าน ผู้ถือหน่วยรอรับเงิน 14 ก.ย.นี้

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จำนวน 4 กองทุน สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2558-31 ส.ค.2559 ซึ่งประกอบด้วยกองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF) โดยจะจ่ายปันผล 0.77 บาทต่อหน่วย, กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) 0.61 บาทต่อหน่วย, กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) 0.34 บาทต่อหน่วย และกองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) 0.72 บาทต่อหน่วย 

โดยทั้ง 4 กองทุนดังกล่าว จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ลงทุนที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนวันที่ 31 ส.ค.2559 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมกันวันที่ 14 ก.ย.นี้ รวมมูลค่าเงินปันผลกว่า 1,669.92 ล้านบาท 

“สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนแอลทีเอฟ ที่มีการจ่ายปันผลครั้งนี้ จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งในรอบบัญชีที่ผ่านมา (1 ก.ย.58-31 ส.ค. 59) กองทุนแอลทีเอฟ สามารถจ่ายเงินปันผลได้จากเงินปันผลที่ได้รับจากหุ้นที่กองทุนถืออยู่ โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยที่ 4.08-6.41% ต่อปี 

สำหรับกองทุน KDLTF,  KGLTF  และ K20SLTF ส่วนกองทุน K70LTF อยู่ที่ 3.04% ต่อปี เนื่องจากนโยบายของกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไม่เกิน 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ที่มา Bloomberg: ณ วันที่ 1 ก.ย.59) 
      นางสาวธิดาศิริ กล่าวเพิ่มเติมถึงมุมมองการลงทุน และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อมีการปรับฐานลงมาพอสมควรในช่วงหลายวันก่อนหน้า ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้จ่ายของภาครัฐ 

ทั้งนี้รายงานคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนก.ย.ที่ออกมา เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.22% โดยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยมีปัจจัยจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 

นอกจากนี้จากภาวะอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำและยาวนานกว่าปกติ ยังเป็นส่วนสนับสนุนทำให้การลงทุนในหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม สัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯที่ยังมีความไม่แน่นอน เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามต่อเนื่อง เนื่องจากอาจมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย และอาจกดดันให้ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนระยะสั้น แม้บลจ.กสิกรไทย มองว่าผลกระทบจากเงินทุนไหลออก มีค่อนข้างจำกัดเนื่องจากช่วง 3 ปีก่อนหน้า มีเงินทุนไหลออกไปค่อนข้างมากแล้วกว่า 400,000 ล้านบาท

ขณะที่มุมมองในระยะกลางถึงยาว บลจ.กสิกรไทยยังคงมีมุมมองในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยยังตั้งเป้าดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ที่ระดับ 1,550 จุด ด้วยอัตราส่วน Forward P/E ปี 2560 ที่ระดับ 14.5 เท่า และคาดกลางปี 2560 ดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 1,640 จุด 

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนรายอุตสาหกรรม บลจ.กสิกรไทย ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่คาดได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ที่เน้นการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ และผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง นอกจากนี้ยังให้น้ำหนักในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรมและโรงพยาบาล ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง