วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองทุนฟันธง‘เฟด’ขึ้นดอกเบี้ยต้นปีหน้า

บลจ.ทาลิส ประเมิน “เฟด“ ส่อขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต้นปีหน้า เหตุสัญญาณฟื้นตัวเศรษฐกิจไม่ชัด อีกทั้งใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

 

 ชี้ตามธรรมเนียมมักไม่ขึ้นดอกเบี้ยก่อน ขณะ บล.แอพเพิล เวลธ์ มองสวน เชื่อมีโอกาสขึ้นการประชุม 20-21 ก.ย.นี้ เหตุเงินเฟ้อใกล้เป้าหมาย 2%

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่า โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วงปลายปีนี้ มีความเป็นไปได้น้อยกว่า 50%

บลจ.ทาลิส ประเมินว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1 ปี 2560 มากกว่า และไม่น่าจะปรับขึ้นเกิน 0.25% เนื่องจาก สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นไปอย่างเข้มแข็งและอย่างยั่งยืน ประกอบกับ ตามธรรมเนียมแล้วธนาคารกลางสหรัฐ จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือน พ.ย. 2559 นี้

“ช่วงก่อนเดือนพ.ย.นี้ เฟดไม่น่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งน่าจะมีการปรับขึ้นในช่วงหลังที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐแล้วเสร็จ และหากจะมีการปรับขึ้นในเดือน ธ.ค. ก็น่าจะเร็วเกินไปเพราะหลังจากสหรัฐมีประธานาธิปดีคนใหม่ แล้วเฟดต้อนรับด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเลย ก็ถือว่าเป็นอะไรที่แรงไปพอสมควร ดังนั้นเรื่องนี้ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1 ปี 2560” นายประภาสกล่าว

นายประภาส กล่าวว่า แม้ตอนนี้ตัวเลขเศรษฐกิจหลายๆตัว จะส่งสัญญาณเป็นบวก แต่ก็มีสัญญาณเตือนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีโอกาสชะลอตัวได้อยู่ ดังนั้น หากมีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจส่งผลให้เศรษฐกิจในระยะปานกลางเกิดการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

“จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เฟดได้ส่งสัญญาณที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2559 หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ แสดงได้ว่าเฟดให้ความสำคัญและติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ก็เชื่อว่าจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย” นายประภาสกล่าว

สำหรับความเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างประเทศ ภายใต้สมมติฐานเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ จะทำให้เงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องอีกในช่วง ก.ย.-ต.ค.นี้ หลังจากที่มีเข้ามาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันแล้วราว 1.1 แสนล้านบาท จากนั้นจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงเดือน พ.ย. ที่เป็นช่วงการเลือกตั้งในสหรัฐ และเดือนธ.ค.ที่เป็นช่วงหยุดยาวในเทศกาลสิ้นปี

ดังนั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงที่เหลือของปี มีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 1,600 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ควรขายทำกำไร และให้รอซื้อกลับที่บริเวณ 1,400-1,500 จุด ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2560 คาดว่าจะเติบโตได้อีก 10-15% ดัชนีฯมีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1,700-1,800 จุด

นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) แอพเพิล เวลธ์ กล่าวว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือน ก.ย.2559 เริ่มชะลอตัวลง หลังจากประเมินทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ มีโอกาสปรับขึ้นในการประชุม วันที่ 20 – 21 ก.ย.นี้จากภาวะเงินเฟ้อสหรัฐที่เริ่มปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายที่ 2% ประเมินการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐครั้งนี้ ยังไม่เป็นปัจจัยลบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าตลาดเงินตลาดทุนไทย เนื่องจาก Yield Spread ระหว่างพันธบัตรอายุ 2 ปีของไทย และสหรัฐยังคงกว้างที่ระดับ 0.75%