สมาคมประกันชีวิตเผยเบี้ยประกันชีวิตรับรวมตั้งแต่เดือนม.ค. – ก.ค. 2559 รวมทั้งสิ้น 321,843.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 5.70%
โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 92,473.14 ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปจำนวน 229,370.15 ล้านบาท โดยมีอัตราความคงอยู่83%
นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า จากสถิติเบี้ยประกันชีวิตรับรวม ณ สิ้นเดือนก.ค.ของปี 2559 (1 ม.ค.– 31 ก.ค.2559) พบว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวม มีทั้งสิ้น 321,843.29 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.70 % จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมสูงสุด หรือมีขนาดใหญ่สูงสุด 7 อันดับแรก ครองสัดส่วนการตลาด 85.39% และอีก 15 บริษัทที่เหลือครองสัดส่วนการตลาด 14.61%
สำหรับบริษัทที่มีสัดส่วนการตลาดสูงสุดอันดับที่ 1 ได้แก่บริษัท เอ.ไอ.เอ. มีเบี้ยรับรวมจำนวน 64,848.93 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 20.15% อันดับที่ 2 บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำนวน 57,800.20 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 17.96% อันดับที่ 3 บริษัทไทยประกันชีวิต จำนวน 44,053.29 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 13.69% อันดับที่ 4 บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำนวน 33,547.70 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 10.42% อันดับที่ 5 บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำนวน 32,312.20 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 10.04% อันดับที่ 6 บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำนวน 25,079.42 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 7.79% อันดับที่ 7 บริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำนวน 17,187.90 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 5.34%
ทั้งนี้หากพิจารณาจากการขยายงานของบริษัทจะพบว่า ณ สิ้นเดือนก.ค.ของปี 2559 เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ มีทั้งสิ้น 92,473.14 ล้านบาท ลดลง 3.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่สูงสุด หรือมีการขยายงานสูงสุด 7 อันดับแรก ประกอบด้วย อันดับที่ 1 บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำนวน 20,276.01 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 21.93% อันดับที่ 2 บริษัท เอ.ไอ.เอ. จำนวน 13,545.50 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 14.65 %
อันดับที่ 3 บริษัทไทยประกันชีวิต จำนวน 12,462.00 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 13.48% อันดับที่ 4 บริษัทกรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต จำนวน 9,139.38 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 9.88%อันดับที่ 5 บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำนวน 8,341.59 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 9.02% อันดับที่ 6 บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำนวน 5,770.64 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 6.24% อันดับที่ 7บริษัทพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำนวน 4,330.28 ล้านบาท มีสัดส่วนการตลาด 4.68%
ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปมีจำนวน 229,370.15 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10.05% โดยมีอัตราความคงอยู่83% ถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี แสดงถึงผู้เอาประกันชีวิตให้ความสำคัญต่อการประกันชีวิตตลอดมา รวมถึงบริษัทประกันชีวิตแต่ละบริษัทได้มีการพัฒนาแบบของผลิตภัณฑ์ออกมาแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด
“สมาคมจึงมีข้อแนะนำสำหรับผู้ขอเอาประกันภัยที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว อย่ายกเลิกกรมธรรม์ฯ ก่อนครบกำหนดสัญญา หรือเวนคืนกรมธรรม์ฯ ฉบับเก่าเพื่อไปซื้อฉบับใหม่ มิฉะนั้นจะทำให้เกิดผลเสียเช่น เงินเวนคืนที่ได้รับจะน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ชำระไปแล้ว โดยเฉพาะในปีแรกๆ ของการทำประกันชีวิต การซื้อกรมธรรม์ฯ ฉบับใหม่ ผู้ขอเอาประกันภัยจะต้องชำระเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น เนื่องจากอายุที่มากขึ้น และ ในการทำกรมธรรม์ฯ ฉบับใหม่ ผู้เอาประกันภัยจะต้องแถลงข้อความจริงเกี่ยวกับสุขภาพต่อบริษัทประกันชีวิต ซึ่งจะทำให้บริษัทเริ่มนับระยะเวลาในการใช้สิทธิโต้แย้งใหม่ (2 ปี) และหากผู้ขอเอาประกันภัยมีปัญหาสุขภาพ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธไม่รับประกันภัยได้ หรืออาจต้องชำระเบี้ยประกันภัยในอัตราที่สูงขึ้น นอกจากนี้หากซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ จะต้องมีการเริ่มนับระยะเวลารอคอยใหม่ ทั้งยังเสียโอกาสที่จะได้รับความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง”







