วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บล.กสิกรไทยงัด ‘ดีดับบลิวใหม่’ ดึงนักลงทุน หลังตลาดแข่งดุ

บล.กสิกรไทยปรับกลยุทธ์ หวังชิงมาร์เก็ตแชร์โบรกอนุพันธ์ติดท็อปทรี เดินหน้าออกรุ่น “หยุดเวลา” จุดเด่นคล้ายลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส แต่ปลอดภัยกว่า

นายสุทธิสิทธิ์ แจ่มดี รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพของการแข่งขันในอุตสาหกรรมใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์(ดีดับบลิว) ยังมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะผู้เล่นรายเดิมที่มีการออกผลิตภัณฑ์มากขึ้น ขณะที่ทิศทางส่วนแบ่งทางการตลาดของบล.กสิกรไทย ยังสามารถปรับขึ้นได้

“ปัจจุบันการแข่งขันยังรุนแรงอยู่เช่นเดิม แม้จะไม่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัท มีแนวโน้มที่ดี  ปัจจุบันขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ของอุตสาหกรรมได้ ซึ่งบริษัทยังมีเป้าหมายที่จะติดอันดับ1 ใน 3 ของส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้”

ปัจจัยที่ทำให้ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ได้รับความนิยมเป็นเพราะการออกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆเช่น รุ่น”หยุดเวลา”ที่ลดการเสื่อมทางเวลาของแต่หน่วยลงทุน ให้มีการปรับลดลงเป็น 2-3 สัปดาห์ 1 ช่องราคาทำให้นักลงทุนสามารถ ถือหน่วยลงทุนได้ในระยะเวลาที่นานมากขึ้น

“บล.ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ใหม่ จุดเด่นคือค่าเสื่อมเวลาน้อยมาก โดยอายุประมาณ 7 เดือน ค่าเสื่อมทางเวลาจะปรับลดลง 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง แตกต่างจากของค่ายอื่นๆที่จะปรับลงทุก 2-3 วัน ซึ่งจะเป็นผลดีให้นักลงทุนสามารถถือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ได้นานขึ้น”

ผลของการออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ชนิดดังกล่าว จะช่วยให้นักลงทุนสามารถถือหน่วยลงทุนได้นานมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลการเสื่อมทางราคาทำให้สร้างโอกาสการลงทุนที่มากกว่าหุ้น สามารถลงทุนได้ทั้งขาขึ้นและขาลง รวมถึงมีอัตราทดในระดับ 2-3 เท่า ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ดีกว่า ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับการลงทุนในตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า แต่มีความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายกับนักลงทุนได้ดีกว่า 

โดยในเบื้องต้นบริษัทได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในรูปแบบดังกล่าวไปแล้วประมาณ 30 -40 หลักทรัพย์ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างมาก โดยมีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์พูดถึงรูปแบบการให้บริการดังกล่าว ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าหลังจากนี้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์โดยไม่ปรับลดค่าเสื่อมทางเวลาทั้งหมดหรือไม่

 สำหรับภาพรวมการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในเดือน ส.ค. บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง รายงานว่า  ภาพการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในเดือนส.ค. มีความคึกคัก โดยมีสัดส่วนปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบที่ 5.4 % และหุ้นที่อ้างอิงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนสนใจ 3 อันดับแรก 1 กลุ่มดัชนีหลักทรัพย์ที่ 41.1 %  อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  11.6% และกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 11.2% โดยนักลงทุนให้ความสนใจซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในฝั่งมองว่าราคาจะขึ้น(call) เป็นสัดส่วนสูงถึง 81.1 % 

สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแตะจุดสูงสุดในรอบ 15 เดือน โดยจำนวนของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ณ.สิ้นเดือน ส.ค. มีทั้งสิ้น 1,059 รุ่น แบ่งเป็น ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ฝั่ง คอล 817 รุ่น และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ฝั่ง พุด อยู่ที่ 242 รุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค. ที่ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ฝั่งคอลอยู่ที่ 763 รุ่น และฝั่งพุด ที่ 218 รุ่น 

ทั้งนี้บล.บัวหลวงมีส่วนแบ่งการตลาดเมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายสะสมในเดือน ส.ค.59 เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 39.1% ในขณะที่พิจารณาจากยอดการถือครองใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ โดยนักลงทุน ณ สิ้นเดือน ส.ค.59 หลักทรัพย์บัวหลวงเป็นผู้ออกที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 เช่นกันอยู่ที่ 38.9%