วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘แอตต้า’ถกรถทัวร์เร่งแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ

นายกฯ กำชับทำคดีทัวร์ศูนย์เหรียญให้เด็ดขาดอย่าหวั่นอิทธิพล ด้าน“แอตต้า” เร่งแก้ปัญหา "โอเอ ทรานสปอร์ต"หลังถูกจับกุม รับมือไฮซีซัน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าภายหลังจากการเข้าจับกุมตัวกรรมการบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต้นทางของทัวร์ศูนย์เหรียญรายใหญ่ในไทย และผู้ต้องหาได้ขอประกันตัวเพื่อต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะต้องทำคดีให้เด็ดขาดและรัดกุมและขอให้สาวไปถึงต้นตอของขบวนการให้ได้เพราะความเสียหายต่อประเทศมีมูลค่าสูง เพื่อทำให้สังคมประจักษ์ว่า เราจะไม่ยอมให้มีทัวร์ศูนย์เหรียญเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้ กรณีที่มีผู้วิตกกังวลว่า ผลจากการจับกุมบริษัททัวร์รายใหญ่ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงว่า ไม่อยากให้ด่วนสรุปเช่นนั้น โดยทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ และอยากให้สังคมแยกแยะระหว่างการทำผิดกฎหมาย กับการคิดว่าทัวร์ศูนย์เหรียญช่วยสร้างรายได้ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ทั้งหมดถูกส่งกลับจีนผ่านนายหน้า และบริษัทนอมินีในไทยก็ไม่เคยชำระภาษีให้แก่รัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการจงใจละเมิดกฎหมาย

นอกจากนี้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้เจรจากับบริษัททัวร์รายอื่น เพื่อให้เข้ามารองรับนักท่องเที่ยวจีนที่ตกค้าง หลังจากบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต ถูกจับกุมด้วย

            ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว(แอตต้า) เปิดเผยว่าแอตต้าได้ประชุมร่วมกับบริษัทรถทัวร์รายอื่นๆ ซึ่งสามารถรวบรวมรถทัวร์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวจีน ในกรณีรถทัวร์ของบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ตถูกอายัด โดยต้องเตรียมรถทัวร์รองรับราว 2,000 คัน โดยเจรจาขอลดราคาค่าเช่าลงเหลือวันละ 3,500 บาท จากปกติวันละ 4,500 บาท เพื่อแก้ปัญหากรณีดังกล่าวให้ผ่านช่วงไฮซีซันหรือฤดูท่องเที่ยวนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บริหารบริษัททัวร์ขนาดใหญ่ของไทยซึ่งรับนักท่องเที่ยวจีน และที่ผ่านมาเคยใช้บริการของบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ได้เข้าพบ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.) เนื่องจากมีความกังวลว่าจะถูกจับไปด้วย ในฐานะเป็นเครือข่ายของบริษัทโอเอทรานสปอร์ต 

อย่างไรก็ตาม ผบก.ทท. ยืนยันว่าจะจับกุมเฉพาะผู้ที่เป็นเครือข่ายจริงเท่านั้น ส่วนบริษัททัวร์ที่ใช้บริการไม่เข้าข่ายถูกจับกุม แต่ขอให้บริษัททัวร์ทุกรายเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งด้วยว่าบริษัททัวร์ขนาดใหญ่ที่รับนักท่องเที่ยวจีนเป็นกรุ๊ปใหญ่กำลังอยู่ระหว่างหาทางรอดในภาวะนี้้ เนื่องจากได้ทำสัญญารับนักท่องเที่ยวจีนไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เมื่อไม่ได้ใช้บริการรถทัวร์ของโอเอทรานสปอร์ตที่คิดราคาถูกหรือฟรี และไม่ได้ส่วนแบ่ง 40% จากการพานักท่องเที่ยวจีนไปแวะร้านค้าเครือข่ายของบริษัทโอเอทรานสปอร์ต จึงทำต้องขาดทุนอย่างรุนแรง