วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดยังแกว่งตัวออกด้านข้างต่อ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวไร้ทิศทาง ระหว่างรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐสำหรับเดือน ส.ค. 2559 ในคืนนี้ ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดได้แก่ ISM Manufacturing Index เดือน ส.ค. 2559 อยู่ที่ 49.4 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 52.6 และถือเป็นการหดตัวลงต่ำกว่า 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ก.พ. 2559 ส่งสัญญาณเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ เพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ว่าการรายงานตัวเลขการจ้างงานอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ อาจไม่ได้อยู่ในระดับแข็งแกร่งมากนัก

แนวรับ/แนวต้าน : 1530/1560 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

หุ้นแนะนำ

MAJOR (39.50) : เก็งกำไรระยะสั้นรับภาพยนตร์ไทยฟอรม์ยักษ์เรื่อง “แฟนเดย์” ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย GDH 559 และภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan ที่ทำรายได้เกินคาดกว่า 70 ล้านบาท อีกทั้งคาดในระยะ 2-3 ปีนี้บริษัทจะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายสาขา

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การถึงจุดคุ้มทุนของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TOP (79.00) : ได้อานิสงค์จากค่าการกลั่นปรับตัวดีขึ้นหลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเราคาดค่าการกลั่นจะฟื้นตัวขึ้นในช่วง 4 Q/59 จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและฤดูหนาวในช่วงปลายปี

THAI (35.00) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์



ปัจจัยภายในประเทศ

+ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงแนวทางการยกระดับนักท่องเที่ยวจีน ว่า ได้สั่งการให้สำนักงาน ททท. 5 แห่งในประเทศจีน ได้แก่ ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจว, คุนหมิง และเฉิงตู ไปทำการสำรวจพื้นที่มณฑลรองๆ ที่อยู่ในความดูแลของตนเอง เพื่อทำการหานักท่องเที่ยวคุณภาพนอกเหนือจากพื้นที่ดูแลหลัก ขณะเดียวกันยังเตรียมนำรูปแบบการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนในตลาดพื้นที่เซี่ยงไฮ้ มาปรับใช้กับตลาดจีนในพื้นที่อื่นๆ ด้วยเนื่องจากปัจจุบันถือว่าพื้นที่เซี่ยงไฮ้ถือเป็นตลาดที่ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพได้ประสบความสำเร็จ

+ นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีเงินเฟ้อเดือน ส.ค.2559 เท่ากับ 106.64 สูงขึ้น 0.29% เทียบ ส.ค.2558 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 5 นับจากเม.ย. 2559 ที่เงินเฟ้อขยายตัว 0.07% แต่เมื่อเทียบ ก.ค. 2559 เงินเฟ้อลดลง 0.04 % และเฉลี่ย 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.59) ลดลง 0.03% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

+ นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังนายฉงซู่เฟิง รองประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ของมณฑลเจียงชู สาธารณรัฐประชาชนจีน พาคณะนักลงทุนประมาณ 10 รายจากมณฑลเจียงซู เข้าพบที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทน(บีโอไอ) ได้พาคณะนักลงทุนเข้าพบเพื่อขอรับทราบนโยบายส่งเสริมการลงทุน และความช่วยเหลือให้สะดวกต่อการลงทุนในไทย ทางกระทรวงฯ จึงชี้แจงถึงนโยบาย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอส-เคิร์ฟ) ที่รัฐบาลกำหนดสิทธิประโยชน์รองรับแล้ว รวมทั้งการเงินหน้าโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะทำให้เกิดพื้นที่อุตสาหกรรม การาค้าบริการแห่งใหม่ของอาเซียน

+ คลอดกม.คุมซื้อขายหุ้น ห้ามวิเคราะห์ส่งเดช โทษอาญาหนักเทียบปั่นหุ้น สนช.มีมติเอกฉันท์เห็นชอบกฎหมายคุมซื้อขายหุ้น ป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรม วันที่ 1 ก.ย. 2559 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 154 คะแนน เห็นชอบให้ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นกฎหมาย โดยกฎหมายดังกล่าวแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางประการใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทรงตัวในวันพฤหัสบดี โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ช่วยชดเชยการเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมการผลิตที่ซบเซาและราคาน้ำมันที่ลดลง ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานในวันศุกร์นี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 18.42 จุดหรือ 0.10% สู่ 18,419.30, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.09 จุดหรือ 0.00% สู่ 2,170.86 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 13.99 จุดหรือ 0.27% สู่ 5,227.21

+ ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ที่ตลาดเอเชีย หลังจากดิ่งลงเมื่อวานนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ระบุว่า ภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนส.ค. โดยตัวเลขดังกล่าวทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานประจำเดือนส.ค.ในช่วงต่อไปในวันนี้ ยูโรอยู่ที่ 1.1200 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ ใกล้เคียงกับ 1.1196 ดอลลาร์ในช่วงท้ายวานนี้ โดยยูโรพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ที่ 1.1123 ดอลลาร์ในวันพุธที่ผ่านมา

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 3.45 % ในวันพฤหัสบดี และมีแนวโน้มว่าอาจปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการดิ่งลงรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. ในขณะที่นักลงทุนเพิกเฉยต่อข่าวที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจจะตรึงปริมาณการผลิตน้ำมัน และนักลงทุนมุ่งความสนใจไปยังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ล้นตลาดมากขึ้นเรื่อยๆทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.ดิ่งลง 1.54 ดอลลาร์ หรือ 3.45 % มาปิดตลาดที่ 43.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 43.00-45.08 ดอลลาร์