วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทย 'ร่วง15จุด' พักฐานรอตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

ตลาดหุ้นไทย เวลา 11.42 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,523.74 จุด ลดลง 15.97% หรือ 1.04% มูลค่าการซื้อขาย 28,654 ลบ.

บล.ธนชาต ระบุ SET มีแนวโน้มเคลื่อนไหวแคบ รอตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานคืนนี้ ขณะที่ถ้าพิจารณาในทางเทคนิคมีสัญญาณ "พักฐาน" ชัดเจนมากขึ้น และด้วย 1) Bond Yield ที่ค่อยๆ ปรับสูงขึ้นหลัง Fed แสดงท่าที Hawkish มากขึ้นต่อการขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ทำให้ Earnings Yield Gap หรือส่วนต่างระหว่าง Earning Yield และ Bond Yield 10 ปีปรับลดลงมาที่ 3.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 4% 2) การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ จะกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุด -3.4% ที่ US$45.5/bbl จะยังเป็นปัจจัยกดดัน SET ต่อเนื่อง แนวรับ 1,520 จุด หรือต่ำกว่านั้น

ด้าน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า SET ลงทดสอบ 1,530 จุด ตลาดกังวลต่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้

ความคาดหวังต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ นับว่ามีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นโลกนับจากนี้จนถึงการประชุมรอบถัดไป 20-21 ก.ย. ซึ่งคงต้องติดตามยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls โดยกรมแรงงาน) เดือน ส.ค. ในคืนนี้ ซึ่งตลาคคาดที่ 1.8 แสนราย ชะลอจาก 2.55 แสนรายในเดือน ก.ค. หากออกมาดีกว่าที่คาด เชื่อว่าจะเปิดโอกาสให้ Fed พิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตามผลสำรวจ Fed Fund Future ล่าสุดเริ่มย่อตัวลง กล่าวคือโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ราว 35% ลดลงจาก 42% ต้นสัปดาห์ รอบ 1-2 พ.ย. ราว 40% ลดลงจาก 47% และ13-14 รอบ ธ.ค. 60% ลดลงจาก 64%

เอเซียพลัส ยังคงย้ำจุดยืนเดิมคือ FED ยังไม่น่าขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ จากเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงต่อ BREXIT แม้ล่าสุดการรายตัวเลขดัชนีชี้นำเศรษฐกิจภาคการผลิตของประเทศหลักๆของโลกจะมีสัญญาณฟื้นตัว สะท้อนจากรายงาน PMI ภาคการผลิตของญี่ปุ่น ในเดือน ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.5%mom อยู่ที่ระดับ 49.5 (สูงสุดตั้งแต่ มี.ค.2559) สอดคล้องกับ PMI ภาคการผลิตจีน ในเดือนเดียวกันปรับเพิ่มขึ้น 1%mom อยู่ที่ระดับ 50.4 จุด (สูงสุดตั้งแต่ ต.ค. 2557) แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นการฟื้นตัวชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ติดตามการประชุมของธนาคารกลางโลกตลอดเดือน ก.ย. นี้ เชื่อว่าส่วนใหญ่ยังเน้นนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง

แรงขายหุ้นในภูมิภาคจากต่างชาติเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยวานนี้ต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นในภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ด้วยมูลค่าสูงถึง 427 ล้านเหรียญ และยังเป็นการขายสุทธิที่สูงที่สุดในรอบ 57 วันที่ผ่านมา โดยเกิคจากการขายสุทธิใน 4 ประเทศ คือ ไต้หวันขายสุทธิ 277 ล้านเหรียญ (ขายสุทธิเป็นวันที่ 2) ตามมาด้วยเกาหลีใต้ 90 ล้านเหรียญ (ขายสุทธิเป็นวันที่ 2), ฟิลิปปินส์ 44 ล้านเหรียญ (ขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 7) และอินโดนีเซีย 27 ล้านเหรียญ (ขายสุทธิเป็นวันที่ 4) ยกเว้นตลาดหุ้นไทยที่ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ แต่แรงซื้อแผ่วลงไปมากแล้ว โดยมีมูลค่าเพียง 11 ล้านเหรียญ หรือ 378 ล้านบาท (ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 4) ต่างกับนักลงทุนสถาบันฯที่ขายสุทธิราว 186 ล้านบาท 

ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทย นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิราว 1.4 หมื่นล้านบาท ต่างกับนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิราว 910 ล้านบาท (ขายสุทธิเป็นวันที่ 2)