วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ททท. มั่นใจรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ทะลุเป้า

"ททท."มั่นใจรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ทะลุเป้า คาดทำได้ 2.58 ล้านลบ. เพิ่มขึ้น14% พร้อมรับสถานการณ์ทัวร์จีน หลังจับกุมเครือข่ายศูนย์เหรียญรายใหญ่

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตลาดท่องเที่ยวไทยปีนี้มั่นใจว่าจะมีรายได้รวม 2.58 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีที่แล้ว และสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้คือ 2.41 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.72 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ในประเทศ 8.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%

คาดการณ์ดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นมาจากช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ประเมินว่ามีรายได้ 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ 24.94 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% รายได้ 1.25 ล้านล้านบาท เติบโต 17% และนักท่องเที่ยวในประเทศ 111 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 4% รายได้ 6.29 แสนล้านบาท เติบโต 6%

“ตลาดต่างประเทศยังสร้างรายได้ในสัดส่วนสำคัญ คิดเป็น 67% ขณะที่ตลาดในประเทศ 33% โดยเฉพาะในช่วง 9 เดือนแรก ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมี จีน เป็นตลาดหลัก มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 17%, อเมริกาสูงขึ้น 15%, อาเซียน เอเชียใต้ และยุโรป ขยายตัว 10%, ตะวันออกกลาง เพิ่ม 8% และแอฟริกา ปรับขึ้น 5% มีเพียงตลาดที่ลดลงแห่งเดียวคือ โอเชียเนีย 0.7% แต่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นเนื่องจากไตรมาส 3 เริ่มมีปริมาณเพิ่มขึ้นแล้วราว 1.25%”

คาดไตรมาส4รายได้เติบโต16%

ส่วนคาดการณ์ไตรมาส 4 รายได้จากการท่องเที่ยว 6.98 แสนล้านบาท เติบโต 16% แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศเดินทาง 9.01 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 15% สร้างรายได้ 4.68 แสนล้านบาท ขยายตัว 19% และตลาดในประเทศ 42 ล้านคน/ครั้ง เพิ่ม 7% รายได้ 2.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%

ททท.ยังมั่นใจด้วยว่าในช่วงไตรมาส 4 ตลาดจีนยังจะเป็นตลาดสร้างรายได้สูงสุด ประมาณการรายได้ 1.33 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% แม้ว่ารัฐบาลจะวางมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างเข้มข้น และล่าสุดมีการจับกุมบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าเครือข่ายทัวร์รายใหญ่ แต่ยังประเมินว่าจะไม่ส่งผลต่อตลาดจีนในปีนี้ที่ตั้งไว้10 ล้านคน เชื่อว่าหากกระทบถึงขั้นเลวร้ายที่สุดนักท่องเที่ยวจีนจะหายไปในหลักแสนคนเท่านั้น

สำหรับเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญที่ใช้บริการผ่านบริษัทโอเอนั้น พบว่ามีสัดส่วน 60% ของกรุ๊ปทัวร์จีน และปัจจุบันรูปแบบนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทย แบ่งเป็นกรุ๊ปทัวร์ 40% แต่ส่วนใหญ่ 60% เป็นกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) นอกจากนั้น หากพิจารณาโครงสร้างเชิงลึกจากบางพื้นที่ในตลาดจีน เช่น สำนักงานเซี่ยงไฮ้ จะพบว่าประกอบด้วยตลาด FIT กว่า 80% ดังนั้นในระยะยาว ก็อาจจะใช้การศึกษาตลาดในเซี่ยงไฮ้มาเป็นกรณีศึกษาได้ด้วยสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้อย่างไร และให้ทยอยเพิ่มสัดส่วนการเดินทางเองในภาพรวมให้เป็น 70% แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การลดความสำคัญของกลุ่มทัวร์ เพราะในสัดส่วนกว่า 60% ที่มีอยู่นั้นก็ไม่ได้เป็นทัวร์ศูนย์เหรียญทั้งหมด จึงมีโอกาสที่ผู้ประกอบการจะใช้โอกาสที่ไทยเข้มงวดกับทัวร์ศูนย์เหรียญ ปรับตัวมาให้บริการคุณภาพมากขึ้น

ทั้งนี้จากการตรวจสอบผลกระทบเบื้องต้นจาก ททท.สำนักพัทยา ซึ่งเป็นจุดหมายที่ยอดนิยมสำหรับเครือข่ายบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญดังกล่าว ยอมรับว่ามีรายงานอัตราเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมในระดับ 3 ดาว ลดลง50% ส่วนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีนักท่องเที่ยวลดลง 30% แต่ทั้งนี้เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการเดินทางในช่วงโกลเด้นวีคหรือต้นเดือน ต.ค. เพราะจากการสำรวจการสำรองที่นั่งล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-9 ต.ค. พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามา 2.8 แสนคน เพิ่มขึ้นกว่า 66% สร้างรายได้ราว 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 78%

มอบ5สำนักงานในจีนหาตลาดเสริม

นอกจากนั้น ได้มอบหมายให้ 5 สำนักงาน ททท.ในจีน ประกอบด้วย ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, คุนหมิง, เฉิงตู, กวางโจว เร่งหาพื้นที่เป้าหมายภายในมณฑลใกล้เคียงมาเสริมตลาดและหากพื้นที่ไหนมีศักยภาพจะแต่งตั้งตัวแทนการตลาดขึ้นเพื่อส่งเสริมอย่างจริงจังทั้งนี้ส่วนหนึ่งจะได้ช่วยชดเชยในกรณีที่ได้รับผลกระทบจากการกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญครั้งนี้ด้วย

สำหรับ 5 ตลาดที่การเดินทางมาไทยขยายตัวสูงสุด คืออาร์เจนติน่าที่เติบโตกว่า 40% จีนเป็นอันดับ 2 กว่า 39% อียิปต์ 32%, ฮ่องกง 31% และเมียนมา 30%

ส่วนรัสเซียที่ซบเซาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ คาดว่าจะฟื้นตัวไตรมาส 4 เช่นกัน โดยคาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 25% เป็น 2.93 หมื่นล้านบาท เป็นรองเพียงแค่จีนเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ มาเลเซีย 2.54 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 7%, สหราชอาณาจักร 2.08 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 4% และออสเตรเลีย 1.96 หมื่นล้านบาท เติบโต 4%

ขณะที่นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ยอดรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค-20 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่เดินทางผ่านสมาชิกบริษัทนำเที่ยว 3.97 ล้านคน โดยมีตลาดจีนครองส่วนแบ่งสูงสุด 78.59% จำนวน 2.5 ล้านคน

ส่วนการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญจะไม่ส่งผลกระทบขั้นรุนแรง เนื่องจากมีการเตรียมบริการรองรับนักท่องเที่ยวไว้แล้วกรณีที่รถบัสในเครือข่ายของบริษัทโอเอฯ กว่า 3,000 คันถูกอายัด แต่เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อตลาดระยะยาวเนื่องจากมาตรการที่ออกมา ประกอบกับกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวใหม่ที่เตรียมปรับปรุงโดยวางมาตรฐานราคาขั้นต่ำไว้ จะทำให้ผู้ประกอบการจะต้องทำราคาที่อยู่ในมาตรฐาน มุ่งสู่การเป็นทัวร์คุณภาพมากขึ้น

“ยอมรับว่าธุรกิจนำเที่ยว ตลาดจีนยังเป็นลูกค้าที่ต้องพึ่งพาบริการของโอเอจำนวนมาก จากยอดสมาชิกว่า 842 รายมีกว่า 50% ที่พึ่งพิงเครือข่ายดังกล่าว แต่จะดำเนินการประสานงานให้ความช่วยเหลือเพื่อไม่ให้กระทบต่อบริการนักท่องเที่ยว”