วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET ปรับฐานเล็กน้อย

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (24 - 31 ส.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปยังมีความผันผวนในวงแคบ DJIA -0.44% DAX -0.29%, CAC ฝรั่งเศส 0.06% และ FTSE -0.79% เพื่อรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐในคืนวันพุธที่31สิงหาคม ซึ่งภายหลังการประกาศตัวเลขออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันศุกร์ที่ 2 กันยายน เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักในการประเมินทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อีกทั้งยังขาดปัจจัยบวกเข้ามาหนุนจึงทำให้ตลาดมีการแกว่งตัวอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (24 – 31 ส.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง -0.01% เป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบที่ยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ เนื่องจากขาดปัจจัยบวกมารองรับ และเพื่อรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐในคืนวันพุธที่ 31สิงหาคม ซึ่งภายหลังการประกาศตัวเลขออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันศุกร์ที่ 2 กันยายน เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักในการประเมินทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (24 – 31 ส.ค. 2559)

SET INDEX ปรับตัวลงไปที่ระดับ 1,539.71 จุด ปรับตัวลดลง -7.76 จุด -0.50 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่บาง เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการประกาษตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ในคืนวันพุธที่ 31 สิงหาคม ซึ่งภายหลังการประกาศตัวเลขออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์ที่ 2 กันยายน เพื่อลดความเสี่ยงในการถือหลักทรัพย์และประเมินทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (2 – 8 ก.ย.)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุน “กลางถึงบวก” เป็นสัปดาห์ที่ 2 พร้อมคาด SET INDEX สร้างระดับปิดสูงสุดใหม่ได้ จากระดับปิดสูงสุดก่อนหน้าที่ 1,552 จุด แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันที่สำคัญคือ ภาวะการจ้างงานเดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ที่จะรายงานในคืนวันศุกร์ หากออกมาดีกว่าคาด ตลาดย่อมให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.นี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับแรงขายปรับพอร์ตระยะสั้นก็ตาม แต่ตลาดหุ้นไทยกลับมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่

• ความกังวลต่อภาวะการเมืองในฟิลิปปินส์ จากนโยบายการปราบปรามยาเสพติด บวกกับ Valuation ของตลาดหุ้นฟิลิปปินส์สูงสุดในกลุ่ม TIP กลายเป็นเหตุและปัจจัยที่ทำให้ต่างชาติทยอยลดน้ำหนักตลาดหุ้นฟิลิปปินส์มาตลอดสัปดาห์ อาจใส่เงินกลับมาที่ตลาดหุ้นไทยที่มีเสถียรภาพทางการเมือง และภาพเศรษฐกิจที่มีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

• การปรับดัชนี FTSE รอบไตรมาสครั้งนี้ หุ้นไทย KBANK/ SCC เข้าคำนวณใน FTSE AP ex Japan รวมถึงมีการปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย 12 หลักทรัพย์ใน FTSE Thailand เชื่อว่าราคาหุ้นหลักเหล่านี้จะแข็งแกร่งกว่าภาพรวมและช่วยประคองภาพ SET INDEX

• อาจเห็นเม็ดเงินทุนทั้งจากกองทุนในประเทศ และต่างประเทศ หลังสิ้นสุดงาน Thailand Focus วันที่ 2 ก.ย. หลังเข้าฟังความเห็นทางด้านเศรษฐกิจ นโยบายการเงินและการคลังจากทางการ รวมถึงการพบปะผู้บริหารจากบริษัทจดทะเบียน 140 แห่ง เชื่อว่าผู้จัดการกองทุนจะมีความมั่นใจต่อแนวโน้มธุรกิจ และความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลก อาจกลับมาเก็งกำไรต่อการประชุม ECB ในวันที่ 8 ก.ย. เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่ ECB จะเพิ่มมาตรการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการใส่ยาแรงเข้าไปในระบบด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ติดลบ หรือ ขยายเวลาโครงการ QE ออกไปอีก 6 เดือน เป็นสิ้นเดือนก.ย. 2560 ทำให้แนวโน้มสภาพคล่องทางการเงินล้นในระบบการเงินมากยิ่งขึ้น เป็นเหตุให้เกิดแรงเก็งกำไรต่อสินทรัพย์เสี่ยงอีกระลอก

ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราคงแนะนำให้นักลงทุน “ลักษณะ Stock Selection มากขึ้น อาจแบ่งเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากกรณี FTSE และหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว”

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า

1. การประชุม G-20 ที่ประเทศจีน การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำจีน ต่อแนวทางการเติบโตทางเศรษฐกิจจีน และการเตรียมความพร้อมของเงินหยวนเข้าสู่ตะกร้าเงิน SDR ของ IMF ในเดือนต.ค. เชื่อว่าจะเป็นประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกติดตาม

2. ติดตามการโหวตรับรองรักษาการนายกฯ สเปน วันที่ 2 ก.ย.

3. รายงาน Beige Book ของประธานเฟด 12 เขต วันที่ 8 ก.ย.

4. ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การส่งออก – นำเข้าของจีน / ดัชนี PMI กาคบริการ และ GDP ของญี่ปุ่น / ภาวะการจ้างงานของสหรัฐฯ / GDP ใน 2Q59 ของอียู