วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ร้านอาหารออนไลน์ “โตเร็ว-แข่งขันสูง” เผย 7 กลยุทธ์ลดความเสี่ยงธุรกิจรับแนวโน้มตลาดปีหน้า
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) จัดงานสัมมนาการตลาดภายใต้หัวข้อ “FOOD ONLINE MARKETING เผยสูตรลับจับเงินล้าน” เมื่อเร็วๆนี้ ณ อาคารมิว วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
สุพรรณี วาทยะกร อาจารย์สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล(CMMU) กล่าวว่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะชะลอตัว จากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยถึงมูลค่ารวมของตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2559 มูลค่าอยู่ที่ 382,000 – 385,000 ล้านบาท เติบโต 1.9 – 2.7% จากปีก่อน โดยกว่า 70% ของมูลค่ารวมดังกล่าวมาจากตลาดร้านอาหารทั่วไปและอีกกว่า 30% เป็นมูลค่าจากตลาดของเชนร้านอาหาร
ทั้งนี้รูปแบบของธุรกิจร้านอาหารมีการปรับเปลี่ยนให้สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของคนเมือง ที่ปัจจุบันอยู่อาศัยในอพาร์ทเม้นท์และคอนโดมิเนียมมากขึ้น ประกอบการปรุงอาหารเพื่อรับประทานเองลดลง และการไปใช้บริการร้านอาหารทั่วไป อาจไม่สะดวกด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ การเดินทาง ความหนาแน่นของผู้คน ฯลฯ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ทำให้บริการจัดส่งอาหารเข้ามามีบทบาทสำคัญกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
เทรนด์ใหม่ของการธุรกิจอาหารได้แก่ “ธุรกิจร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน” ที่ได้รับความนิยมและเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอย่างมากในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา
สอดรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ อีกทั้งการเริ่มธุรกิจดังกล่าวใช้เงินทุนเริ่มต้นต่ำและไม่จำเป็นต้องหาทำเลในการเปิดร้าน และสามารถเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างตรงจุด
อย่างไรก็ตามการเติบโตดังกล่าวมาพร้อมความท้าทาย และความเสี่ยงในด้านต่างๆ ที่ผู้ประกอบการต้องเจอ อาทิ การสร้างความแตกต่างของสินค้า การควบคุมคุณภาพสินค้า การบริหารการผลิต ฯลฯ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องศึกษาและทำความเข้าใจธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยง
ดังนั้นแนวทางการพัฒนาสู่ความสำเร็จของร้านอาหารออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้าน เหล่าผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ อายุ 20 – 35 ปี ต้องมีความเข้มแข็งในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ที่ผู้ประกอบการทุกคนพึงประสบพบเจอ
“บางรายเมื่อพบกับความยากลำบากก็ท้อแท้และหยุดธุรกิจลง ผู้ประกอบการต้องอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง พยายามคิดค้นสินค้าและบริการที่แปลกใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด”
พร้อมทั้งปิดช่องโหว่ธุรกิจร้านอาหารออนไลน์ และต้องเท่าทันความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ออนไลน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากผู้ประกอบการร้านอาหารออนไลน์สามารถปรับตัวตามแบบที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมจะทำให้สามารถแข่งขันได้อย่างแน่นอน
ในปี 2560 และในช่วงอีก2 - 3ปีข้างหน้า ตลาดธุรกิจร้านอาหารออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้านจะมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยม และยิ่งมีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไชยโรจน์ พิณทุกานนท์ นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการตลาดวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)และตัวแทนโครงการวิจัย “FOOD ONLINE MARKETING เผยสูตรลับ จับเงินล้าน” กล่าวว่าได้ศึกษาสำรวจผู้ใช้บริการร้านอาหารออนไลน์ พบว่าเหตุผลอันดับแรกของการเลือกใช้บริการร้านอาหารออนไลน์ คือ ประหยัดเวลาในการเดินทาง กว่า 63% ส่วนเหตุผลอื่นๆรองลงมาได้แก่ หาซื้อได้สะดวก อยากทดลอง สินค้าหายาก มีเอกลักษณ์ และเพื่อนบอกต่อ ตามลำดับ
สำหรับเรื่องสิ่งที่ดึงดูดใจผู้บริโภคมากที่สุดคือ รูปภาพประกอบ โดยกว่า 58% ชอบรูปถ่ายอาหารจริงที่น่ารับประทานดังนั้นเทคนิคการถ่ายภาพอาหาร (Food Shot)จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารออนไลน์ ส่วน
อีกมุมที่น่าสนใจคือ กว่า 62% ของผู้บริโภคชอบการชำระเงินปลายทาง ด้วยเหตุผลที่ว่า สะดวก และอุ่นใจว่าได้รับสินค้าแน่นอน โดยมีช่วงเวลารอรับอาหาร ไม่เกิน 10 นาทีนับจากเวลานัดส่ง
จากการวิเคราะห์ผลสำรวจดังกล่าว สรุปออกมาเป็นกลยุทธ์ 7 ข้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ ภายใต้คอนเซปต์ “SECRETS” เสริมแกร่งร้านอาหารออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ดังนี้
1.S – Search : ออกแบบด้านการสืบค้นบนอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านการใช้การเพิ่มประสิทธิภาพของการค้นหา (SEO)และการแพร่กระจายบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค
2.E – Emotional Value :เพิ่มจุดเด่นของสินค้าด้วยการเพิ่มมูลค่าทางอารมณ์ความรู้สึกเข้าไปในสินค้า ตัวอย่างจากกรณีศึกษา ให้นักโภชนาการจัดสรรอาหารที่สามารถ คำนวณตามหลักการและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนได้
3.C – Communication :ใช้การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สามารถบรรยายให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการถึงภาพอาหารได้ไปพร้อมกันกับข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
4.R – Raw Material :ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดึงจุดเด่นของวัตถุดิบออกมาเพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงความมีคุณภาพ ที่คุ้มค่ากับราคาของอาหารดังกล่าว
5.E – Essential Tools :ใช้เครื่องมือการตลาดดิจิทัลเข้ามาช่วย ทำให้การใช้งานมีความครอบคลุม ง่าย และสะดวกรวดเร็วเลือกใช้ระบบช่วยจัดการร้าน บริการส่งสินค้า และพื้นที่ตลาดออนไลน์ให้เหมาะสม
6.T – Team : บริหารจัดการแรงงานคนในทีมอย่างเหมาะสม ให้หน้าที่ความรับผิดชอบตามความถนัด เพื่อให้สามารถบริการลูกค้าในทุกขั้นตอนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
7.S – Service :บริการลูกค้าอย่างเต็มความสามารถให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ อาทิ ตอบกลับปัญหาข้อสงสัยอย่างรวดเร็ว จัดส่งตรงตามเวลาที่นัดหมาย และให้คำแนะนำอย่างจริงใจ









