ราคาลูกเจี๊ยบและราคาไก่ในประเทศทำสถิติสูงสุดในรอบสองปี
ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้นของ GFPT ปรับไปในทิศทางเดียวกันกับของราคาไก่ในประเทศ ราคาหุ้น GFPT เคยขึ้นไปซื้อขายที่อัตราส่วน PER ที่สูงถึง 14-18 เท่าในช่วงที่ราคาไก่ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 42-46 บาท/กก.ในปี 2557 ถ้าใช้อัตราส่วน PER อย่างอนุรักษ์นิยมที่กรอบล่างซึ่งอยู่ที่ 14 เท่า เราจะได้ราคาเป้าหมายซึ่งอ้างอิงตามวิธี PER ได้เท่ากับ 17.85 บาท และเนื่องจากราคาลูกเจี๊ยบและราคาไก่ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.50 บาทต่อตัวและ 45 บาทต่อกก. ตามลำดับ (ซึ่งถือว่าทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 2 ปีโดยได้รับปัจจัยหนุนจากการขาดแคลนของปู่ย่าพันธุ์ไก่ที่คาดว่าจะเป็นปัญหาจนถึงอย่างน้อยสิ้นปี 2559) รวมถึงราคาวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ เราจึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์ รวมถึงราคาไก่ในประเทศซึ่งยังคงอยู่ในช่วงวงจรขาขึ้น
ทำสถิติใหม่สูงที่สุดในรอบสองปี
ราคาลูกเจี๊ยบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ 19.50 บาทต่อตัว และทรงตัวที่ระดับนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือนส.ค. หรือเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 12.50 บาทต่อตัวในเดือนก.ค. (เพิ่มขึ้น 56% ภายในระยะเวลา 1 เดือน) เราประเมินว่าเป็นผลมาจากการขาดแคลนปู่ย่าพันธุ์ไก่เนื่องจากกรมปศุสัตว์ยังคงห้ามการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ไก่จากประเทศสหรัฐฯ (เนื่องจากการระบาดของไข้หวัดนกในสหรัฐฯ) และเนื่องจากราคาลูกเจี๊ยบที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ราคาไก่ในประเทศหน้าฟาร์มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ณ ปัจจุบันมาอยู่ที่ 45 บาทต่อกก.และทรงตัวที่ระดับราคาดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. (เทียบกับ 36 บาทต่อกก. ในช่วงต้นเดือนส.ค. หรือเพิ่มขึ้น 25%) โรคไข้หวัดในไก่ในช่วงที่อากาศร้อนสลับกับมีฝนตก และน้ำหนักไก่ที่ลดลง ส่งผลให้อุปทานไก่สำหรับทั้งอุตสาหกรรมเกิดความเสียหายในช่วงเดือนส.ค.
ราคาไก่ในประเทศมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงจนถึงสิ้นปี 2559
เราเชื่อว่าปัญหาการขาดแคลนปู่ย่าพันธุ์ไก่อย่างต่อเนื่องในประเทศไทยและสถานการณ์อุปทานไก่ในประเทศที่ตึงตัวมากขึ้นน่าจะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2559 เนื่องจากกรมปศุสัตว์มีแนวโน้มที่จะยังคงห้ามนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ไก่จากสหรัฐฯ ไปอีกอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2559 เราเชื่อว่าประเด็นบวกดังกล่าวน่าจะช่วยกลบผลกระทบของการบริโภคเนื้อไก่ที่จะลดลงในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนก.ย.-ต.ค. และช่วงเทศกาลกินเจในช่วงระหว่างวันที่ 1-9 ต.ค. สถานการณ์การขาดแคลนปู่ย่าพันธุ์ไก่ได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เนื่องจากประเทศจีนได้ห้ามการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ไก่จากสหรัฐฯ เช่นกัน (เนื่องจากประเทศจีนกำลังเผชิญกับการระบาดของไข้หวัดนก) ประเทศมาเลเซียก็ห้ามการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่จากประเทศจีนเนื่องจากไข้หวัดนกที่ระบาดในประเทศจีน เราคิดว่าปัญหาดังกล่าวจะนำไปสู่การขาดแคลนปู่ย่าพันธุ์และพ่อแม่พันธุ์ไก่ รวมถึงจะส่งผลให้จำนวนไก่ที่จะเข้าสู่โรงเชื่อดลดลง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2559
จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น เราจึงคาดว่าราคาไก่ในประเทศมีแนวโน้มทรงตัวระดับสูงในช่วง 43-45 บาทต่อกก. ตั้งแต่เดือนส.ค.จนถึงสิ้นปี 2559 และเนื่องจากราคาในประเทศเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 37 บาทต่อกก. และการคาดการณ์ว่าราคาไก่ในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 43-45 บาทต่อกก.ในช่วงเดือนส.ค.-ธ.ค. 2559 เราจึงยังคงสมมติฐานเดิมสำหรับราคาไก่ในประเทศเฉลี่ยในปี 2559 ที่ 40 บาทต่อกก. ราคาไก่ในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลบวกต่อ GFPT ในแง่ของราคาขายชิ้นส่วนในประเทศของ GFPT ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามมาด้วย
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2559-60 เนื่องจากอัตรากำไรขึ้นต้นที่ปรับเพิ่มขึ้น
เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 อยู่ที่ 12.7% และการคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 13.5% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เราจึงทำการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2559 เพิ่มขึ้นจาก 11.7% ไปเป็น 13% และปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 4% (มาอยู่ที่ 1.42 พันล้านบาท) นอกจากนี้เรายังทำการปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นปี 2560 เพิ่มขึ้นจาก 12.2% ไปเป็น 13.4% เพื่อสะท้อนสมมติฐานราคาข้าวโพดในประเทศที่ลดลงจากเดิม ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG ปรับเพิ่มขึ้นอีก 6% (มาอยู่ที่ 17 บาท) ราคาข้าวโพดในประเทศเฉลี่ยจนถึงปัจจุบัน (ถึงวันที่ 26 ส.ค.) อยู่ที่ 8.70 บาทต่อกก. โดยราคาข้าวโพดในประเทศทำสถิติสูงสุดของปีนี้ที่ 9.63 บาทต่อกก. ในเดือนมิ.ย. ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 8.25 บาทต่อกก. ในวันที่ 26 ส.ค. เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นของ GFPT มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังปี 2559 เนื่องจากราคาข้าวโพดในประเทศที่ปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนมิ.ย. และราคากากถั่วเหลืองในประเทศที่เริ่มปรับตัวลดลงในเดือนส.ค. นอกเหนือไปจากราคาขายของชิ้นส่วนในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น






