วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทย 'ปรับฐาน' ก่อนขยับอีกครั้ง

"โบรกเกอร์" ฟันธงหุ้นไทยต่อปรับฐานก่อนขยับขึ้นอีกครั้ง มองไทยแลนด์โฟกัสหนุุนฟันด์โฟลว์

เมื่อเข้าสู่ปลายปีงานสัมมนาใหญ่“ไทยแลนด์โฟกัส”ของทุกปี จะมีผลต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเสมอ และปีนี้ก็เช่นกัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้นำสถิติย้อนหลังมาประเมินสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งเท่าที่สำรวจพบว่านักวิเคราะห์เชื่อว่า สัปดาห์ระหว่างที่มีงานไทยแลนด์โฟกัส ดัชนีตลาดหุ้นจะปรับฐาน จากนั้นก็จะปรับตัวขึ้นอีกครั้ง เพราะยังมีปัจจัยที่ช่วยผลักดันดัชนีอี

บล.เคที ซีมิโก้ ประเมินว่าปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้จะมีงาน Thailand Focus ระหว่าง 31 ส.ค. - 2 ก.ย. และ จากสถิติย้อนหลัง 7 ปี ส่วนใหญ่ดัชนีหุ้นไทย จะปรับลงก่อนเฉลี่ย ลดลง0.4% ในสัปดาห์จัดงาน ก่อนปรับขึ้น 1% ในสัปดาห์ถัดไป

บล.โนมูระพัฒนสิน ระบุว่า จากสถิติชี้ช่วงงาน Thailand Focus 7 ปีหลังสุด ตลาดมักปรับฐานลง0.42% ด้วยโอกาส 61% และหลังงาน 1สัปดาห์ ตลาดขึ้น 0.8% ด้วยโอกาส 71% อย่างไรก็ตามยังมีอีกปัจจัยที่จะผลักดันดัชนี และเป็นความคาดหวังเชิงบวกต่อการเข้าใกล้ช่วงการทบทวนดัชนี FTSE All-World APAC รอบใหม่ ซึ่งจะมีการประกาศ 31 ส.ค. นี้ และมีผลวันที่19 ก.ย. 2559 โดยโนมูระ คาดการณ์ว่าหุ้นใน FTSE All-World APAC ราว 50 บริษัท ที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ Float และอีก 82 บริษัท ที่มีจำนวนหุ้นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลให้มีการปรับเพิ่ม-ลดน้ำหนักราว 1,735ล้านดอลลาร์คิดเป็น 0.51%ของน้ำหนักรวมทั้งหมด

หากพิจารณาเฉพาะหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักมูลค่าเกิน 10ล้านดอลลาร์ คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะมี 18 บริษัทที่ถูกเพิ่มน้ำหนักรวม 905 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของกระแสเงินทุนต่างชาติ เทียบกับดัชนีหุ้นจากสมการถดถอย ใช้ข้อมูลตั้งแต่ 15 กพ.2559 -ปัจจุบัน (เป็นช่วงที่ Fund Flow ไหลเข้ารอบนี้ รวมกว่า 1.25 แสนล้านบาท) จะพบว่าเม็ดเงินไหลเข้าราว 3 หมื่นล้านบาท จะหนุนให้ ดัชนี มีโอกาสขยับขึ้นสู่ระดับ 1,623 จุด เป็น sentiment บวก ส่วนประเด็นอื่นๆ Trigger Funds ที่เปิดขายใหม่กว่า 5พันล้านบาท จะทยอยเข้ามาในสัปดาห์นี้

บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้อยู่ที่ งาน Thailand Focus ที่ผู้จัดการกองทุนทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 ชีวิต จะเข้าพบผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน 140 บริษัท ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุน 2 กลุ่มนี้มีโอกาสชะลอตัวในสัปดาห์นี้ มีเพียงเม็ดเงินจากการปิดขายกองทุน Trigger Funds จำนวน 2 กองทุนที่จะเริ่มทยอยเข้าในช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง( Downside risk )ของตลาดหุ้นไทยในภาพรวม ทำให้ดัชนี ยังคงแกว่งในกรอบแคบไร้ทิศทาง ด่าน 1,555 จุด ยังไม่น่าผ่านได้ในช่วงสั้นๆ นี้ เพราะขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุน การฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบเพียงปัจจัยเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการผลักดันดัชนี

กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนำ “เลือกลงทุนเป็นรายตัว เน้นกลุ่ม Domestic Play” เช่นเดิม โดยอาจเลือกไปที่หุ้นขนาดกลางและเล็ก ภายใต้กระแสเงินทุนจากกองทุนที่ชะลอตัวในช่วงนี้ ประเมินกรอบการแกว่งตัวของดัชนีหุ้นไทยน่าจะอยู่ระหว่าง 1,540-1,555 จุด