'ไทยโพลีคอนส์' ถึงเวลาเทิรน์อะราวด์

'ไทยโพลีคอนส์' ถึงเวลาเทิรน์อะราวด์

หลังบ.ลูก "ทีพีซีเอช" คว้างานโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้ 3 โครงการ ดันมูลค่าหุ้นเพิ่ม

การที่ราคาหุ้นบริษัทไทยโพลีคอนส์ จำกัด(มหาชน) TPOLY ปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้ และล่าสุดราคาหุ้นแตะราคาสูงสุดที่ 3.88 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดรอบ 8 เดือน ซึ่งน่าจะเป็นส่งสัญญาณความเชื่อมั่นนักลงทุนที่มองว่า บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)TPCH บริษัทลูกจะชนะการประมูลประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่ราคาหุ้นทีพีซีเอชร้อนแรงเช่นกัน

ล่าสุดวานนี้(25ส.ค.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศผลการคัดเลือกบริษัททีพีซีเอช สามารถชนะโครงการชีวมวลภาคใต้ 3 โครงการกำลังการผลิตรวม 26.1เมกะวัตต์

ไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยโพลีคอนส์ กล่าวว่า การที่บริษัทลูกสามารถชนะการประมูลในครั้งนี้ จะส่งผลดีกับไทยโพลีคอนส์ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 41% ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์ไว้

"สิ่งบริษัทแม่จะได้รับคือส่วนแบ่งกำไรจากการถือครองหุ้นบริษัทลูก และงานรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งบริษัทไทยโพลีคอนส์มีความชำนาญอยู่แล้วและสามารถบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุดสามารถสร้างผลตอบแทนให้ทั้งบริษัทแม่และลูกได้เป็นอย่างดี"

ไชยณรงค์ยืนยันว่า โมเดลการเดินทางของไทยโพลีคอนส์ในวันนี้สามารถเดินได้ตามทางที่ “เจริญ จันทร์พลังศรี”พี่ชายที่วางแผนไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้สามารถเดินตามโมเดลของพี่ชายตัวเองแล้ว และเชื่อว่าไทยโพลีคอนส์ก็จะกลับมาเทิรน์อะราวด์ได้อีกครั้ง

ด้าน“เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง ให้ความเห็นว่าบริษัทคาดว่ารายได้ในปีนี้จะขยายตัว200%เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 304.90 ล้านบาทโครงการที่ผ่านการคัดเลือก 3 โครงการได้แก่ TPCH 1 จำนวน 9.9 เมกกะวัตต์ TPCH 2จำนวน 9.9 เมกกะวัตต์ และ TPCH 5 จำนวน 6.3 เมกกะวัตต์ โดยค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.2 บาท ซึ่งราคาที่ชนะการประมูลได้ใกล้เคียงกับราคาขายไฟ ของโรงไฟฟ้าช้างแรก ไบโอ พาวเวอร์ ในระบบ Adder จึงมั่นใจได้ว่าสามารถบริหารรายได้และกำไรของโรงไฟฟ้าได้เป็น

อย่างดี ผลการได้รับการคัดเลือกในปัจจุบันทำให้ TPCH มีโครงการโรงไฟฟ้าทั้งสิ้น 11 แห่ง กำลังการผลิต 141 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวลจำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง กำลังการผลิต 132 เมกะวัตต์ และ โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ อีก 1 แห่ง กำลังการผลิต 9.5 เมกะวัตต์

โดยเป็นโครงการที่ขายไฟฟ้าแล้ว 30 เมกะวัตต์ โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 30 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 81 เมกะวัตต์

สอดคล้องกับบล.บัวหลวง ประเมินว่า บริษัทชนะโครงการชีวมวลภาคใต้ 3 โครงการคาดว่า จะช่วยหนุนกำไรเพิ่มขึ้นปีละ 200 ล้านบาท และเพิ่มมูลค่าหุ้นอีก 3.5 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้คาดราคาหุ้นจะได้รับการ Re-rate valuation multiple ขึ้นไปอีกจากการขยายธุรกิจเข้าสู่ โรงไฟฟ้าขยะชุมชน เพราะเป็นการขยายไปสู่การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะค่าไฟฟ้าที่ได้จากโรงไฟฟ้าขยะฯ จะสูงกว่าที่ได้จากชีวมวล ประเมินว่าสำหรับโรงไฟฟ้าขยะ  V ขนาด 8เมกะวัตต์ จะหนุนกำไรเพิ่มขึ้นปีละ 70-100 ล้านบาท