โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิจะเริ่มดำเนินการเร็วๆนี้หลังรอคอยมานาน
ประเด็นการลงุทน
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้น AOT ที่ปรับตัวด้อยสะท้อนในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนความกังวลจากผลกระทบของเหตุการณ์การระเบิดในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นเพียงระยะสั้นไปแล้ว จากสถิติจราจรทางอากาศในอดีตพบว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติในช่วง 1-3 เดือนหลังจากเหตุการณ์ไม่ปกติ อย่างไรก็ตามช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวได้ผ่านไปแล้ว และช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมา รวมทั้งอัตราการเติบโตของกำไรหลักแข็งแกร่งที่ 15 % ในปี 2560 ซึ่งสูงกว่าตลาดโดยรวมซึ่งอยู่ที่ 10% YoY หนุนโดยสถิติการจราจรทางอากาศที่ยังคงแข็งแกร่งและรายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้น
จะเซ็นสัญญาโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันนี้
หลังจากที่รอคอยมาเป็นเวลานานสำหรับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเริ่มก้าวที่สำคัญในวันนี้ AOT จะเซ็นสัญญากับบริษัทต่างๆ ดังนี้ 1) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ITD) ในการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (B2, B1 & G floors), ลานจอดอากาศยานรอบอาคารเทียบเครื่องบินและส่วนเชื่อมอุโมงค์ทางทิศใต้ (มูลค่าโครงการ 12,050 ล้านบาท), 2) กิจการร่วมค้า SG และ Interlink ในการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค (มูลค่าโครงการ 1,980 ล้านบาท ) และ 3) บริษัท SCS ในการเป็นที่ปรึกษาด้านการควบคุมงานก่อสร้าง (มูลค่าโครงการ 880 ล้านบาท) ในวันนี้ (25 ส.ค.) โดยจะเริ่มการก่อสร้างทันทีและคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2562
นอกจากนี้ AOT ยังวางแผนที่จะเปิดประมูลสำหรับงานก่อสร้างระบบขนส่งผู้โดยสาร (APM มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท) ภายในสิ้นปี 2559 โดยโครงการส่วนที่เหลืออีก 3 โครงการ ได้แก่ 1) อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้น 2- 4), 2)ส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร, อาคารจอดรถ, อาคารสำนักงานของสายการบิน และ 3) ระบบลำเลียงสัมภาระผู้โดยสาร และระบบตรวจวัตถุระเบิด ที่อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลในปี 2560 หากโครงการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์จะทำให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มขึ้น 33 % จาก 45 ล้านคน มาอยู่ที่ 60 ล้านคนต่อปี
การเติบโตของสถิติการจราจรทางอากาศยังคงแข็งแกร่งจนถึงเดือน ก.ค.
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนก.ค. โดยอ้างอิงจากตัวเลขของกรมการท่องเที่ยว แสดงให้เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 11% YoY มาอยู่ที่ 2.9 ล้านคน ในเดือน ก.ค. โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินเข้าประเทศไทยระหว่างช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2559 อยู่ที่ 19.5ล้านคน เพิ่มขึ้น 12% YoY อย่างไรก็ตาม AOT รายงานอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่แข็งแกร่งกว่า โดยอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารสูงถึง 13% YoY ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. หนุนโดยอุปสงค์การเดินทางทางอากาศในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของ AOT เพิ่มขึ้น 12% YoY ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศเพิ่มขึ้น 14% YoY ในช่วงเวลาเดียวกัน
ผลกระทบระยะสั้นจากเหตุการณ์วางระเบิดในภาคใต้
จากข้อมูลในอดีตพบว่าสถิติจราจรทางอากาศจะกลับสู่สภาวะปกติในช่วง 1-3 เดือนหลังจากเหตุการณ์ไม่ปกติ ตัวอย่างเช่นข้อมูลที่แสดงถึงจำนวนผู้โดยสารของ AOT ฟื้นตัวภายในหนึ่งเดือนหลังจากเหตุการณ์การระเบิดที่ศาลพระพรหมในวันที่ 17 ส.ค. 2558 เราเชื่อว่าเหตุการณ์การครั้งนี้จะเป็นดั่งคราวที่ผ่านมา เนื่องจากฐานที่ต่ำในปี 2558 และการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของสถิติการจราจรทางอากาศ ดังนั้นเราจึงคาดว่า AOT จะสามารถรายงานอัตราการเติบโต YoY ในเดือนส.ค 2559 แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ระเบิดในภาคใต้ของประเทศไทยในช่วง 11-12 ส.ค. นอกจากนั้นเราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารของ AOT จะกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเดือน ก.ย.









