ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับตัวลงเล็กน้อย
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับตัวลงเล็กน้อย ด้วยปัจจัยกดดันการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ หลังตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐในเดือน ก.ค.2559 ที่เปิดเผยวานนี้นั้น พุ่งขึ้นเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปี เพิ่มความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และเป็นการสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ยังคงปรับตัวไร้ทิศทาง และวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเล็กน้อยที่ 637 ล้านบาท
แนวรับ/แนวต้าน : 1520/1550 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
หุ้นแนะนำ
THAI (31.75) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์
BA (30.00) : เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจากผลการดำเนินงานในช่วง 2Q59 นั้นออกมาขาดทุน เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษทางด้านภาษีซึ่งเป็น one-time expense ทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มการบิน ทั้งนี้เราคาดผลการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วง 1H59 จากการเริ่มเข้าสู่ช่วง high season
ASEFA (8.50) : ได้รับผลบวกการเพิ่มขึ้นของอัตรากำลังการผลิตใหม่กว่า 50% และจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 15 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 3%
TPCH (23.40) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ครม.ไฟเขียวแพคเกจส่งเสริมการลงทุนคลอดร่างกฎหมาย 4 ฉบับ หวังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ แก้ พ.ร.บ.บีโอไอให้สิทธิประโยชน์สูงสุดเว้นภาษี 13 ปี พร้อมตั้งกองทุนขีดแข่งขัน 1 หมื่นล้านบาท ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเต็มดูแล 10 เขตเศรษฐกิจ ขณะเปิดทางการนิคมฯลงทุนกิจการเกี่ยวเนื่อง
+ "แบงก์ชาติ" เผยผู้ประกอบการปรับตัวรับความผันผวนของค่าเงินได้ดีขึ้น สะท้อนผ่านยอดทำ "เฮดจิ้ง" ที่เพิ่มขึ้นมองแนวโน้มค่าเงินยังป่วนแรง ย้ำติดตามดูใกล้ชิด ระบุเศรษฐกิจไทยมีกันชน ด้านต่างประเทศดีแต่ "จีดีพี" อาจเติบโตช้าลง
- "ออมสิน" ปิดบริการตู้เอทีเอ็มยี่ห้อ เอ็นซีอาร์กว่า 3 พันเครื่องใน 6 จังหวัดใหญ่ หลังถูกแก๊งต่างชาติโจรกรรมเงินในตู้ 21 เครื่องผ่านโปรแกรมมัลแวร์สูญเงินกว่า 12 ล้านบาท ชี้ผู้ผลิตเครื่องจะต้องรับผิดชอบความเสียหายด้วย ขณะที่ ธปท.กำชับแบงก์เร่งปรับปรุงระบบเอทีเอ็ม-เพิ่มความปลอดภัย
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร โดยการบวกขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ขึ้นสู่ระดับสูงของวัน และข้อมูลตลาดบ้านที่แข็งแกร่งเป็นหลักฐานบ่งชี้มากขึ้นว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจกำลังกระเตื้องขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 17.88 จุดหรือ 0.10% สู่ 18,547.30, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 4.26 จุดหรือ 0.20% สู่ 2,186.90 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 15.48 จุดหรือ 0.30% สู่ 5,260.08
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มก่อสร้างบ้าน หลังจากบริษัทเพอร์ซิมมอนเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยผลประกอบการนี้บ่งชี้ว่า ภาคก่อสร้างบ้านสามารถรับมือกับภาวะไม่แน่นอน หลังจากอังกฤษโหวตถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 39.97 จุด หรือ 0.59 % สู่ 6,868.51 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,828.54-6,885.39
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลงในวันอังคาร โดยถูกกดดันจากเยนที่แข็งค่าขึ้น และราคาน้ำมันที่ร่วงลง ขณะที่ภาวะซื้อขายเบาบาง เนื่องจากนักลงทุนรอการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 100.83 จุด หรือ 0.61% ที่ 16,497.36
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันอังคาร หลังจากรอยเตอร์รายงานว่า อิรักส่งสัญญาณว่า อิรักอาจจะสนับสนุนความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการหนุนตลาดน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.พุ่งขึ้น 69 เซนต์ หรือ 1.5 % มาปิดตลาดที่ 48.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 46.59-48.32 ดอลลาร์








