"ปตท."ลุ้นมาร์จิ้นสูงสุดรอบ 9 ปี ขณะที่"ปตท.สผ."ปรับลดต้นทุนเหลือ31ดอลลาร์ ส่วน"พีทีทีจีซี" คาดกำไรครึ่งหลังสูงกว่าครึ่งแรก
นายพิจินต์ อภิวันทนาพร ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) PTT มั่นใจอัตรากำไรสุทธิปีนี้สูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 0.9% หลังครึ่งปีแรกมีอัตรากำไรสุทธิ 5.95% จากแรงหนุนของธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งต้นทุนลดลงมากกว่าราคาขายที่ลดลงตามราคาน้ำมัน ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมียังมีส่วนต่างราคาที่ค่อนข้างสูง โดยโอเลฟินส์มีส่วนต่างราคาอยู่ที่ราว 750 ดอลลาร์ต่อตัน และอโรแมติกส์มีส่วนต่างราคาอยู่ที่ราว 400 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนธุรกิจโรงกลั่นนั้นคาดว่าค่าการกลั่น (GRM) จะลดลงจาก 6.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในครึ่งแรก มาอยู่ที่ 4-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในครึ่งปีหลัง
ขณะที่ธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (non-oil) ยังเติบโตค่อนข้างดี โดยที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ย 10-20% มาโดยตลอด และคาดว่าจะยังเติบโตในทิศทางเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีส่วนของธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาเสริมมากขึ้น อาทิ การให้เช่าพื้นที่ที่มากขึ้นในสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงการหาแฟรนไชส์ใหม่ๆ เข้ามาเสริม และล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจะลงทุนสร้างโรงแรมในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับเครือโรงแรมหลายแห่ง เบื้องต้นต้องการจะพัฒนาให้ได้ 50 แห่ง ใน 5 ปี
“ปัจจุบันธุรกิจนอนออยล์สร้างอิบิด้าให้กับกลุ่มธุรกิจน้ำมันและไม่ใช่น้ำมัน ราว 20% โดยใน 5 ปี มีแผนจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% แต่ก็ยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยของทั้งกลุ่ม เพราะธุรกิจน้ำมันและไม่ใช่น้ำมันนี้คิดเป็นสัดส่วนอิบิด้าของทั้งกลุ่มประมาณ 20% เท่านั้น”
ด้านนายยงยศ ครองพาณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) PTTEP เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทปรับลดคาดการณ์ต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ลงจากระดับ 34-35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลือเพียง 31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ต้นทุนต่อหน่วยของบริษัทลดลงต่ำกว่าที่คาดไว้ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารต้นทุนในแต่ละส่วนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการลดค่าใช้ในด้านต่างๆ อาทิ การบริหารงาน การสำรวจ
“ต้นทุนต่อหน่วยช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่เพียง 29.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะตามปกติแล้วบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ปิดปรับปรุง และขุดเจาะหลุมใหม่ๆ มากขึ้น แต่โดยรวมคาดว่าต้นทุนต่อหน่วยเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ราว 31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรโดยรวมของบริษัทปีนี้สูงขึ้น”
นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานการเงินองค์กร และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) PTTGC เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะสูงกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากธุรกิจโอเลฟินส์จะมีกำลังการผลิตดีขึ้นจาก 84% เป็น 90% เพราะครึ่งปีหลังจะไม่มีการหยุดผลิตเหมือนในช่วงครึ่งปีแรก เช่นเดียวกับธุรกิจโรงกลั่นที่ถึงแม้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์จะลดลง แต่ปริมาณการผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นมาก เพราะครึ่งปีแรกมีการหยุดผลิตไปถึง 2 เดือน









