หุ้นใหญ่เมืองไทยลีสซิ่งขาย "บิ๊กล็อต” ให้กองทุน 3%มูลค่า 1.3พันล้านบาท ผู้บริหารแจงขายให้สถาบันกลุ่มประกัน หวังเพิ่มสภาพคล่อง
หุ้นเมืองไทยลีสซิ่ง (MTLS) ปรับตัวลดลงวานนี้ (22ส.ค.) หลังจากมีการทำรายการซื้อขายหุ้นรายใหญ่(บิ๊กล็อต) 72.44 ล้านหุ้นคิดเป็น 3% มูลค่ารวม 1.3 พันล้านบาท ราคาหุ้นละ 18 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาในกระดาน ปิดตลาดที่18.30บาท ราคาปรับลดลง 0.30 บาท คิดเป็น 1.61%
นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) กล่าวว่าขณะนี้มีนักลงทุนสถาบัน และกลุ่มประกัน ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรถือหุ้นในบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง คิดเป็นสัดส่วน 3% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมดโดยเป็นการซื้อบิ๊กล็อตจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้ว
สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนที่เป็นสถาบัน และเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้นในตลาด (Free Float) และสิ่งสำคัญ คือเป็นการสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพราะเป็นกองทุนที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตของบริษัท และมีนโยบายถือหุ้นในระยะยาว
จากการโรดโชว์ มีนักลงทุนสถาบันจากทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจและมีการติดต่อเพื่อขอเข้าร่วมลงทุน ซึ่งยังไม่คิดจะขายหุ้นออกมา แต่ภายหลังจากที่หุ้นบริษัทถูกนำไปคำนวณเข้าดัชนี เซท50 และดัชนี เซท100 จากตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ดังนั้นเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในสถานะดังกล่าวได้ต่อเนื่อง บริษัทจะต้องมีฟรีโฟลทมากกว่า 20% จากปัจจุบันบริษัทมีฟรีโฟลทอยู่ที่ 20.07% ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่อการหลุดจากการคำนวณในดัชนี SET 50 และ SET 100 จึงได้ตัดสินใจขายบิ๊กล็อตในครั้งนี้ และไม่มีแผนที่จะขายหุ้นออกมาเพิ่มและขอให้ผู้ถือหุ้นเชื่อมั่นว่า กลุ่มพันธมิตรที่เข้ามานั้นถือลงทุนในระยะยาวแน่นอน
โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่
รายชื่อ จำนวน (หุ้น) สัดส่วน(%)
ชูชาติ เพ็ชรอำไพ 792,500,000 37.38
ดาวนภา เพชรอำไพ 720,000,000 33.96
ศรีศักร เดชกิจวิกรม 67,104,199 3.17
วศิน เดชกิจวิกรม 66,845,000 3.15
ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 51,322,315 2.42









