ได้เวลาเฉิดฉายของ AP - ซื้อเต็มเหนี่ยว
ประเด็นการลงทุน
เราแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นเต็มที่สำหรับหุ้น AP เนื่องจากแนวน้มยอดจองซื้อและผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ต่อเนื่องยังปี 2560 มราน่าประทับใจ ทั้งนี้เราคาดว่า AP น่าจะสามารถสร้างยอดจองซื้อของไตรมาส 3/59 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดลำดับสองในประวัติศาสตร์ ตามด้วยข่าวดีเรื่องการคาดการณ์ผลกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/59 นอกจากนี้เรามองว่า AP จะมีการติบโตของกำไรหลักในปี 2560 ดีที่สุดในกลุ่ม (เราคาดกำไรหลัก AP เติบโต 25% เทียบกับค่าเฉลี่ยการเติบโตของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ที่เราวิเคราะห์ที่ 12%) ปัจจุบัน AP ยังคงซื้อขายในระดับน่าลงทุน โดยซื้อขายกันที่ PER ปี2559 ที่ 8.3 เท่า และมีมูลค่าถูกมากเพียง 6.6 เท่า ของปี 2560 เมื่อเทียบกับ PER เฉลี่ยในช่วงปี 2549-2558 ที่ 7.4 เท่า โดยเรามองถึงแนวโน้มการเพิ่มระดับมูลค่าซื้อขายที่สูงขึ้นในอนาคตเพื่อสะท้อนผลประกอบการที่สดใสระยะกลาง-ยาว โดยเราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 8.00 บาทต่อหุ้น อ้างอิงราคาเป้าหมายค่า PER ที่ 9.0 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2558 อยู่ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
คาดไตรมาส 3/59 ยอดจองซื้อสูงที่สุดเป็นลำดับสองในประวัติศาสตร์
เราคาดว่ายอดจองซื้อในไตรมาส 3/59 จะเป็นไตรมาสอีกที่ดีมาก โดยคาดเท่ากับ 10-11 พันล้านบาท และจะคงความแข็งแกร่งที่ 9 พันล้านบาทในไตรมาส 4/59 จากการเปิดตัวโครงการคึกคักต่อเนื่องที่ 16 พันล้านบาทในไตรมาส 3/59 (โดยแบ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ 7 พันล้านบาท และอีก 9 พันล้านบาทเป็นโครงการ่วมทุนของ 2 โครงการคอนโดคือ Rhythm Ekkamai และ Life Wireless ) และโครงการใหม่ 6 พันล้านบาทในไตรมาส 4/59 ( โดยเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ 720 ล้านบาท และอีก 6 พันล้านบาทมาจากโครงการคอนโดร่วมทุนที่รัชโยธิน) ดังนั้นเรามองว่าบริษัทน่จะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดจองซื้อของ AP ปี 2559 อยู่ที่ 31 พันล้านบาทได้ (เติบโต 10%) ด้วยสมมติฐานของเราที่ว่าอัตราจองซื้อโครงการแนวราบในครึ่งหลังของปี 2559 เติบโตขึ้น 15% YoY และเราคาดว่าอัตราจองซื้อสามคอนโดร่วมทุนเปิดใหม่อยู่ที่ 60%
แนวโน้มกำไรหลักไตรมาส 3/59 แข็งแกร่ง และเตรียมทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/59
กำไรหลักรายไตรมาสจะเริ่มน่าดึงดูดใจในไตรมาส 3/59 (เติบโตทั้ง YoY และ QoQ) และกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ในไตรมาส 4/59 ทั้งนี้หากเปรียบเทียบหุ้นที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราคาดว่า AP จะเป็นผู้นำการเติบโตของกำไรในกลุ่มอสังหาฯทั้ง YoY และ QoQ ของผลประกอบการในไตรมาส 3/59 เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มอสังหาฯที่ปรับตัวลดลง QoQ โดยเราคาดรายได้จากการขายอสังหาฯ เริ่มปรับตัวสูงขึ้น YoY ได้ในไตรมาส 3/59 เป็นต้นไปเทียบกับการที่ลดลง YoY ในไตรมาส 1/59-2/59 โดยเราคาดว่ารายได้จากกรขายอสังหาฯ ที่ 5.6 พันล้านบาทในไตรมาส 3/59 โดยเพิ่มขึ้น 5% และ 30% QoQ และเป็นสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/59 ที่ 8.6 พันล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 50% YoY และ QoQ เนื่องจากใน
ครึ่งหลังของปี 2559 บริษัทจะเริ่มแผนการโอนโครงการคอนโด 10 แห่ง (บริษัทเป็นเจ้าของเอง 7 แห่งและเป็นโครงการร่วมทุนอีก 3 แห่ง) ซึ่งมีมูลรวมถึง 2.2 หมื่นล้าน ซึ่งคิดเป็น 82% ของมูลค่ารวมโครงการคอนโดที่มีกำหนดการเสร็จสิ้นในปี 2559
ส่องกำไรปี 2560 เติบโตชนะเลิศ
AP น่าจะสามารถรายการการเติบโตของกำไรหลักที่น่าประทับใจถึง 25% ในปี 2560 หนุนโดยการโครงการร่วมทุนจะเริ่มให้ผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญ (คอนโดร่วมทุนทั้งหมดมีอัตราการจองที่แข็งแกร่งถึง 82% สำหรับ 7 โครงการร่วมทุน ซึ่งมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท ) โดยส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนที่คาดว่าจะได้รับที่ 110 ล้านบาทในปี 2559 จะเติบโตก้าวกระโดดถึง 1 พันล้านบาทในปี 2560 หนุนจากการโอน 5 โครงการคอนโดร่วมทุน (โครงการคอนโดที่ สุขุมวิท 36-38, วงศว่าง, ท่าพระ, อโศก, รางน้ำ) ทั้งนี้แม้ว่าเราคาดว่ารายได้จากการขายอสังหาฯ ปี 2560 จะทรงตัวแต่อัตรากำไรหลักนั้นคาดว่าจะขยายตัวถึง 2.5% YoY เป็น 14.5% ในไตรมาส 2560 ซึ่งมาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดดังข้างต้น
โอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรหากแผนธุรกิจเป็นจริง
ผู้บริหารกล่าวย้ำถึงเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาฯ ของ AP ในปี 2559 ที่ 7% เท่ากับ 23.7 พันล้านบาท (โดยเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 58% และ 42% เป็นโครงการคอนโด) อย่างไรก็ตาม ในมุมมองเชิงอนรักษณ์นิยมของเรา เราคาดว่าว่ารายได้จากการขายอสังหาฯ จะเติบโตเพียง 4% อยู่ที่ 22.6 พันล้านบาท ซึ่งยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นเดือน ก.ค รับประกันแล้ว 76% โดย AP มุ่งมั่นที่จะสร้างอัตรากำไรสุทธิปี 2559 ให้ขยายตัวเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเรา ทั้งนี้หากรายได้จากการขายอสังหาฯ ปี 2559 เป็นไปตามเป้าหมายของ AP ที่ 23.7 พันล้านบาท เราคาดว่ากำไรหลักของปี 2559 มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีก 4% และหนุนให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 เป็น 8.20 บาท ต่อหุ้น









