วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับลดลง

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับลดลง

ตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่สามารถทำ New high ได้และแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ตลอดสัปดาห์ ในวันนี้เราคาดว่า SET index มีโอกาสปรับตัวลดลง ทั้งจากค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้น และปัจจัยลบในกลุ่ม PTT หลังมีข่าวเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลที่โรงงาน PTT Phenol ซึ่ง PTTGC ถือหุ้นอยู่ 100% รวมทั้งตลาดจะจับตาดูการประชุม Jackson Hole ในวันศุกร์นี้ ซึ่งอาจจะมีการส่งสัญญานความชัดเจนเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยของ FED และมีผลต่อ Fund flow ของตลาดจากการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอาจจะส่งผลถึงแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราแนะนำนักลงทุนให้ระมัดระวังมากขึ้น

แนวรับ/แนวต้าน : 1530/1555 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

หุ้นแนะนำ

ASEFA (8.50) : ได้รับผลบวกการเพิ่มขึ้นของอัตรากำลังการผลิตใหม่กว่า 50% และจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 15 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 3%

TPCH (20.00) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ

KCE (110) : คาดผลประกอบการ 3Q59 จะออกมามากที่สุดของปีจากช่วง high season เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)

THAI (31.75) : เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ไทยเจ้าภาพ 2 งานประชุมนานาชาติท่องเที่ยวประเดิมงานวันท่องเที่ยวโลก 2559 ดึงผู้นำ-เอกชน157ประเทศ ทูต 70 ชาติเข้าร่วมจ้างซีเอ็นเอ็นโปรโมททั่วโลก หวังฟื้นเชื่อมั่นรับไฮซีซัน หลังเผชิญเหตุระเบิด 7 จังหวัด ระดมสมาคมท่องเที่ยวระดับโลก นักธุรกิจชั้นนำ 500 รายร่วม ขณะปี 60 เตรียมเป็นเจ้าภาพงานเวิลด์ ทราเวล แอนด์ ทัวริสซึม โกลบอล ซัมมิท ฟื้นเชื่อมั่นต่อเนื่อง

+ คลังเห็นออกแพคเกจหนุนท่องเที่ยว สร้างความมั่นใจหลังเกิดเหตุระเบิด เล็งทำประกันความเสี่ยงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เร่งรัดส่วนราชการจัดอบรมสัมมนาข้าราชการในสิ้นปีนี้ และเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว จากปัจจุบัน 1.5 หมื่นบาทต่อคนต่อปี

- ศูนย์ข้อมูลเผยยอดอสังหาฯ เปิดโครงการใหม่ 7 เดือน ลดฮวบ 19% คอนโดลดมากสุด 23% บ้านจัดสรร 12% ชี้ผู้ประกอบการรอเศรษฐกิจฟื้น

- แบงก์หวั่นน้ำท่วมกระทบกลุ่มลูกค้าเกษตรครึ่งปีหลัง กังวลธุรกิจปรับตัวไม่ทันกระแสโลกเปลี่ยนเร็ว ขณะที่ประเมินครึ่งหลังเศรษฐกิจฟื้นแต่สินเชื่อยังโตไม่มาก ส่วนใหญ่กู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนเดิม หวังรัฐเร่งลงทุนฟื้นความเชื่อมั่นหนุนสินเชื่อปีหน้า

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ นำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ขณะที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หุ้นกลุ่มพลังงานถ่วงตลาดลงด้วย แม้ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวขึ้นก็ตาม และหุ้นกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมที่อ่อนไหวต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนั้นร่วงลง 0.9% ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 45.13 จุดหรือ 0.24% สู่ 18,552.57, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 3.15 จุดหรือ 0.14% สู่ 2,183.87 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 1.77 จุดหรือ 0.03% สู่ 5,238.38

- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันศุกร์ ในขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาทองแดง โดยดัชนีตลาดหุ้นอังกฤษปิดตลาดร่วงลง 0.8 % ในสัปดาห์นี้เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการร่วงลงรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 10.01 จุด หรือ 0.15 % สู่ 6,858.95 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,840.94-6,871.48

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ ขณะที่แนวโน้มการแข็งค่าของเยนยุติลง ซึ่งช่วยคลายความวิตกของนักลงทุน แต่ตลาดถูกสกัดช่วงบวก เนื่องจากหลายคนยังคงระมัดระวังก่อนการประชุมธนาคารกลางทั่วโลกในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 59.81 จุด หรือ 0.36% ที่ 16,545.82

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันศุกร์ หลังจากพุ่งขึ้นเกือบ 25 % ในช่วงเวลาราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์กล่าวเตือนว่า การพุ่งขึ้นในช่วงนี้ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย.ปรับขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.6 % มาปิดตลาดที่ 48.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 47.93-48.75 ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันศุกร์ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.