หุ้นกลุ่มเหล็กคึกคักราคาวิ่งเท่าตัว อานิสงส์ราคาสินค้าเหล็กฟื้นตัว ดันกำไรกระเตื้อง
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในกลุ่มเหล็กจากต้นปีที่ผ่านมาค่อนข้างคึกคัก โดยความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจากต้นปีถึง 18 ส.ค. 2559 นั้น บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) BSBM มาอยู่ที่ 1.42 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่ 0.69 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 105.80% บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) AMC มาอยู่ที่ 3.00 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่ 1.45 บาทต่อหุ้น หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 109.79 % บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) PERM มาอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 1.10 บาทต่อหุ้น หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 103.70 % บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) GSTEL มาอยู่ที่ 0.36 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน ที่ 0.16 บาทต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้น 63.64 % และ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) TSTH มาอยู่ที่ 0.78 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่ 0.48 บาทต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้น 59.18%
นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) MILL เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวจากสำนักงานต่างประเทศที่มองว่าเหล็กยังอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาดนั้น ปัจจุบันยังมีปัญหาดังกล่าวอยู่ โดยเป็นผลมาจากประเทศจีนที่สนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศ ทำให้เกิดปัญหาทั่วโลก ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันยังมีภาวะอุปทานล้นตลาด แต่เริ่มมีแนวโน้มที่ดี ที่ทางการจีนมีการควบคุมปริมาณการผลิตเหล็กเพื่อป้องกันปัญหาราคาเหล็กตกต่ำ และขณะเดียวกันมีการควบรวมบริษัทขนาดเล็กในประเทศเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยนั้นมองว่าทางภาครัฐควรจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อปกป้องผู้ประกอบการมากขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยมิลล์คอนได้บริหารจัดการความเสี่ยงโดยร่วมกับบริษัทต่างประเทศเพื่อพัฒนาเหล็กเกรดพิเศษ ส่งขายให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กที่ผันผวน
นายชูศักดิ์ ยงวงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) AMC กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กนั้น เชื่อว่าทิศทางในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ความผันผวนจะลดลง หลังจากครึ่งปีแรก กลุ่มเหล็กได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นของราคาเหล็ก 18,000-21,000 บาทต่อตัน โดยมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังเหล็กท่อกลมจะอยู่ที่ 18,000-19,000 บาทต่อตัน
“ในครึ่งปีหลังเรามองว่าราคาเหล็กจะผันผวนน้อยลง แต่จะไม่ปรับตัวมากขึ้นเหมือนกับครึ่งปีแรก ซึ่งเรายังมีมุมมองที่ดีกับอุตสาหกรรมแม้ว่าปัญหาของการทุ่มตลาดจะยังคงมีอยู่ โดยมีเหล็กจากต่างประเทศที่เข้ามาโดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม”
ส่วนปริมาณเหล็กต่างประเทศที่เข้าสู่ตลาดไทยนั้นยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยจากก่อนหน้าที่เป็นเหล็กจากประเทศจีนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และในระยะหลังเริ่มพบว่ามีเหล็กจากประเทศเวียดนามที่เข้ามาขายในราคาต่ำกว่าผู้ประกอบการในประเทศ ส่วนปัญหาปริมาณการผลิตสูงความต้องการนั้นยังคงมีอยู่ไม่ได้ปรับตัวลดลงแต่อย่างใด
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กของไทย หากรัฐบาลช่วยในเรื่องการป้องกันเหล็กราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาทุ่มตลาดน่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น นอกจากนี้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐนั้นน่าจะช่วยสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมได้
ส่วนทิศทางผลการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีหลัง น่าจะไม่โดดเด่นเช่นเดียวกับครึ่งปีแรก เหตุทิศทางทิศทางของราคาเหล็กไม่น่าจะเคลื่อนไหวคึกคักเหมือนกับครึ่งปีแรก ทั้งนี้บริษัทได้มีการซื้อประกันความเสี่ยงเพื่อป้องกันการผันผวนของราคาเหล็กไว้แล้ว






