“ศิริชัย”ฝาก“บอร์ดกองทุนประกันสังคม” บริหารเงินกองทุนกว่า 1.4ล้านล้านบาท ต้องโปร่งใส ดูแลสิทธิประโยชน์ปปช.กว่า20ล้านคน
นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบกองทุนประกันสังคม นำโดยรศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง และคณะรวม7คนเข้าพบพลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.รง.)เพื่อปรึกษาหารือรับทราบนโยบายเนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้เป็นชุดแรกที่มีการแต่งตั้งขึ้นตั้งแต่มีการจัดตั้งสำนักงานประกันสังคม(สปส.)
ทั้งนี้เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปประกันสังคม โดยมีผลมาจากการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับที่5พ.ศ.2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่5ตุลาคม 2558เพื่อมาช่วยดูแลตรวจสอบและพัฒนากองทุนประกันสังคม ที่มีเงินหมุนเวียนอยู่ในความรับผิดชอบมากกว่า1.4ล้านล้านบาท นับว่ามากที่สุดในประเทศไทย มีสมาชิกผู้ประกันตนมากกว่า 12ล้านคน หากรวมผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงทายาทของผู้ประกันตนอีกมากกว่า8ล้านคน รวมแล้วต้องรับผิดชอบดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับคนไม่น้อยกว่า20ล้านคน
“การดำเนินการใดๆก็ตามหากมีความผิดพลาดบกพร่องไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะความเชื่อถือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสังคมโดยรวมและหมายรวมไปถึงความถึงความมั่นคงของชาติบ้านเมืองด้วย”โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าว
โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ขอให้คณะกรรมการฯดำเนินการในการตรวจสอบ และให้คำแนะนำแก่สำนักงานประกันสังคม รวมถึงให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการประกันสังคมเพื่อให้สำนักงานฯเป็นหน่วยงานราชการที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และมีธรรมาภิบาล เป็นที่ยอมรับแก่สาธารณชน เนื่องจากภารกิจส่วนใหญ่ของสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับการเงิน ดังนั้นการดำเนินการไม่ว่าจะดำเนินการไปแล้วหรือจะดำเนินการต่อไปถ้าคณะกรรมการชุดนี้ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีข้อบกพร่องหรือข้อควรระวังหรือเกิดผลเสียที่ไม่คุ้มค่า กับผลลัพท์ที่ได้อันจะนำไปซึ่งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ขอให้ดำเนินการตามหน้าที่และแจ้งสำนักงานประกันสังคมทราบโดยเร็ว
“ทั้งนี้ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ที่นายจ้างผู้ประกันตนและรัฐพึงจะได้รับเป็นสำคัญและให้ดำเนินงานไปด้วยอิสระพร้อมทั้งขอให้จัดทำคู่มือสำหรับเป็นแนวทางเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างความรู้ความเข้าใจทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการรวมถึงการวางรากฐานสำหรับคณะกรรมการฯชุดต่อไปตลอดจนแนะนำการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในกิจการเพื่อการบริหารข้อมูลที่มีจำนวนมากเป็นไปด้วยความรวดเร็วถูกต้องด้วย”
โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวในที่สุด







