รถไฟรางคู่จากกรุงเทพฯ สู่ภาคอีสานผ่านขอนแก่น ต่อเนื่องมายังอุดรธานี-หนองคาย จะเป็นโอกาสมหาศาล พร้อมๆ กับจุดเปลี่ยนทางธุรกิจอีกระลอกใหญ่
อาณาจักรไลฟ์สไตล์มอลล์ ยูดีทาวน์ จ.อุดรธานี นับเป็นหนึ่งในต้นแบบของการพัฒนา "ย่านการค้า" ในสนามค้าปลีกภูธร!! ที่มาพร้อมปรากฎการณ์ "โอเพ่นแอร์มอลล์" ซึ่งได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศ เป็น "จุดขาย" สร้างความแตกต่างและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าชาวอุดรฯ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ นับจากเปิดบริการปลายปี 2552 ยูดีทาวน์ สอดแทรก "แม่เหล็กใหม่" เสริมแกร่ง "แบรนด์เก่า" ทำหน้าที่ดึงดูดลูกค้าเข้าใช้บริการ พร้อม "รับมือ" คู่แข่งที่พาเหรดเข้ามาปักหลักเมืองอุดรฯ ตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงทั้งด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
ขณะเดียวกัน ในไม่กี่ปีข้างหน้ายังจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของตลาดค้าปลีกอุดรฯ จาก "รถไฟรางคู่" ที่กำลังจะมาถึงขอนแก่นในปี 2562 ต่อเนื่องมา อุดรฯ-หนองคาย ปี 2563 เป็นเงื่อนเวลาสำคัญที่ ยูดีทาวนด์ เร่งเตรียมความพร้อมอีกระลอก รองรับโอกาสมหาศาล
ธนกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ กล่าวว่า เตรียมงบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท ขยายการลงทุนและพลิกโฉมพื้นที่ สินค้า และบริการ ในยูดีทาวน์ ระลอกใหญ่
โดยที่ผ่านมาได้เข้าซื้อกิจการศูนย์การค้าไอทีเนวาด้า นำมาพัฒนาเป็นศูนย์การค้าใหม่ภายใต้ชื่อ ยูดี ดีเซ็นเทีย (UD Decentia) ขนาดพื้นที่ 2.1 หมื่นตร.ม. ซึ่งจะถูกเชื่อมกับ ยูดี ทาวน์ ในฝั่งตรงข้าม ด้วย "สกายวอล์ก" มูลค่า 40 ล้านบาท
ยูดี ดีเซนเทีย คาดลงทุน 370 ล้านบาท กำหนดเปิดบริการเดือน ก.พ.2560 วางคอนเซปต์เปรียบเสมือน "ผู้หญิงที่มีความสง่างาม ใครเห็นต้องหยุดมองและอยากคุยด้วย" เป็นการพัฒนารองรับไลฟ์สไตล์ลูกค้ายุคใหม่ มีความทันสมัย เทรนดี้ อุดช่องว่างและเสริมความครบวงจรให้อาณาจักรยูดีทาวน์ โดยจะมี "20 แบรนด์ใหม่" เข้ามาเปิดตลาดอุดรฯ ในครั้งนี้
"7-8 ปีก่อน และอีก 3-5 ปีข้างหน้า ไม่เพียงสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคยังมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ มาพร้อมความ คาดหวัง ที่มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เป็นโจทย์สำคัญในการวางกลยุทธ์พัฒนาธุรกิจของยูดีทาวน์ ที่เรียกว่า ต้องหนีตัวเองจากเดิม คิดใหม่-ทำใหม่ ยกระดับธุรกิจมากขึ้น เพื่อไม่ให้หลุดวงโคจรของผู้บริโภคยุคใหม่"
ขณะเดียวกันจะมีการยกเครื่องพื้นที่ขายภายใน ยูดี ทาวน์ ไล่ตั้งแต่ โซนบาร์ซาร์ เดิมเป็นร้านท้องถิ่นกว่า 200 ร้านค้า และถนนคนเดิน ที่มีผู้ประกอบการกว่า 200 ร้านค้า จะมาในชื่อใหม่ ยูดี คูซีน แซ่บ (UD Cuisine Zaap) ใช้งบปรับราว 350 ล้านบาท ให้เป็นแหล่งรวมอาหารแซ่บของเมืองอุดรฯ เริ่มปรับปรุงหลังเทศกาลสงกรานต์ปีหน้า แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.2561
นอกจากนี้ ใช้งบอีกเกือบ 100 ล้านบาทในการปรับปรุงรูปลักษณ์ จัดกลุ่ม แบ่งโซน สินค้าและบริการใหม่ ในยูดีทาวน์ ที่คอนเซปต์และชื่อใหม่ ยูดี ดี แนร์ (UD De'nair) ตอกย้ำธุรกิจที่มาถูกทางและต้องการสื่อสารว่า "ยูดีทาวน์ ดีแน่ๆ"
"ตลาดและพฤติกรรมลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าเราไม่ทำอะไร ไม่มีสินค้าและบริการใหม่เข้ามารองรับทันความต้องการขณะนั้น ลูกค้าจะเบื่อเราไปเอง" เป็นกลยุทธ์บริหารจัดการธุรกิจค้าปลีก ที่ ธนกร ย้ำว่าละทิ้งไม่ได้
ปัจจุบัน ยูดีทาวน์ มีลูกค้าหมุนเวียน 2 หมื่นคนต่อวัน คาดขยับเพิ่ม 50% เป็น 3 หมื่นคนต่อวันในปี 2560 และพุ่งขึ้นเป็น 5 หมื่นคนในปี 2561 หลังอาณาจักร ยูดีทาวน์ กว่า 40 ไร่ สมบูรณ์ 100% ก้าวสู่ แลนด์มาร์คแห่งเมืองอุดรฯ ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน
เส้นทางธุรกิจยูดีทาวน์ ไม่ได้ยึดห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าใหญ่เป็นเบนมาร์ก แต่สร้างด้วยความเป็น "คนท้องถิ่น" ของ ธนกร ที่เชื่อว่า ย่อมเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของชาวอุดรฯ ดีกว่าใคร
สมการ ที่ถูกใช้ "ห้างใหญ่มีเครื่องปรับอากาศจำนวนมาก ยูดีทาวน์มีน้อยกว่าก็เพิ่มต้นไม้เข้าไปให้เทียบเท่า ดังนั้น เครื่องปรับอากาศของยูดีทาวน์ คือ "ต้นไม้" บวก "น้ำ" ซึ่งตรงกับจริตของผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตประจำวัน และทำงานในห้องแอร์ ก็อยากได้ความเย็นธรรมชาติจากต้นไม้สีเขียวมาเติมเต็ม ขณะที่ปัญหาจราจรเป็นความเบื่อหน่ายของทุกสังคม
"ลูกค้าไม่ต้องการขับรถวนหลายชั้นเพื่อมามาดื่มกาแฟแก้วเดียว แต่ต้องการ เข้าง่าย-ออกเร็ว-ซื้อสะดวก มาแล้วกลับมาใหม่ มาได้วันละ 2 รอบ 3 รอบ"
ดีไซน์ และ องค์ประกอบ ของ ยูดีทาวน์ ไม่เพียงมาถูกทาง!! แต่แตกต่างอย่างชัดเจนจากบรรดาคู่แข่งค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็นชอปปิงมอลล์ยักษ์ใหญ่ หรือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่ล้วนมี "ร้านค้ารายย่อย" หรือ ร้านค้าแบรนด์เนมเปิดให้บริการไม่ต่างกัน แต่พลังดึงดูดลูกค้าต่างกัน









