ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้างรอปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุนหลังสิ้นสุดการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/59 ของบริษัทต่างๆในตลาดหลักทรัพย์ ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง แต่วานนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเล็กน้อยที่ 1,310 ล้านบาท และค่าเงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่าขึ้น บ่งชี้ว่าเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติน่าจะยังไม่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย
แนวรับ/แนวต้าน : 1520/1540 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard
หุ้นแนะนำ
BA (29.90) : เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจากผลการดำเนินงานในช่วง 2Q59 นั้นออกมาขาดทุน เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษทางด้านภาษีซึ่งเป็น one-time expense ทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มาก (laggard) หากเทียบกับหุ้นในกลุ่มการบิน ทั้งนี้เราคาดผลการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วง 1H59 จากการเริ่มเข้าสู่ช่วง high season
SENA (5.00) : กำไร 2Q59 ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์และมากกว่าตลาดคาด จากผลบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งทำให้การรับรู้การโอนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ในปี 59 SENA ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 8 โครงการ ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 60 เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังประกาศจ่ายปันผลสำหรับในงวดครึ่งปีแรกคิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 5%
CPF (37.00) : กำไร 2Q59 +35%yoy มากกว่าตลาดคาด และคาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากช่วง high season 2) ราคากุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ราคาอาหารสัตว์ที่คงที่
THAI (31.75) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ครม.ไฟเขียวแผนพัฒนาแฟลตดินแดง 9 ปี วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท สร้างคอนโด 2 หมื่นยูนิต คาดตอกเสาเข็มโครงการแรก ต.ค.นี้ ผู้เช่ารายเดิมจ่ายเพิ่มค่าบริหาร-สาธารณูปโภค พร้อมเปิดให้ข้าราชการมีสิทธิเช่า 9,000 บาทต่อเดือน ขณะที่เหลือเซ้งรายใหม่ 1.7 ล้านต่อยูนิต ด้านการเคหะฯพร้อมเดินหน้าก่อสร้างแฟลตแรกทันที
+ "แบงก์ชาติ" พร้อมเข้าดูแลค่าเงินย้ำใช้เครื่องมือที่มีอยู่อย่างเหมาะสม ยอมรับห่วงบาทแข็งเร็วกระทบเศรษฐกิจมองระยะข้างหน้าความผันผวนยังสูง ขณะที่วานนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังเฟตส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.นี้
+ พาณิชย์รุดถกบีโอไอเพิ่มมาตรการส่งเสริม SMEs และธุรกิจบริการของไทยออกไปลงทุน ทำเงินเข้าประเทศ มั่นใจบาทแข็งแค่ระยะสั้น ไม่กระทบส่งออก เตรียมเปิดประมูลข้าวสต็อกอีก 1 ล้านตัน เรียกเอกชนฟังทีโออาร์วันที่ 19 ส.ค.นี้ หลังประเมินตลาดยังมีความต้องการซื้อ ด้านผู้ส่งออกเห็นดีด้วย
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ หลังรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า กรรมการเฟดมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 21.92 จุดหรือ 0.12% สู่ 18,573.94, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 4.07 จุดหรือ 0.19% สู่ 2,182.22 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 1.55 จุดหรือ 0.03% สู่ 5,228.66
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันพุธ โดยได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของหุ้นแอดไมรัล ซึ่งเป็นบริษัทประกันรถยนต์ หลังจากแอดไมรัลระบุว่า สัดส่วนความสามารถในการชำระหนี้ระยะยาวของแอดไมรัลได้รับความเสียหายจากภาวะปั่นป่วนในตลาด หลังจากอังกฤษโหวตถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 34.77 จุด หรือ 0.5 % สู่ 6,859.15 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,849.90-6,920.76
+ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดดีดตัวขึ้นเมื่อวานนี้หลังจากร่วงลงเมื่อวันอังคาร แต่นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขาย หลังจากที่ความเห็นเชิงคุมเข้มนโยบายจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้เยนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 149.13 จุดหรือ 0.90% สู่ระดับ 16,745.64
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบกับน้ำมันเบนซินที่ดิ่งลง อย่างไรก็ดี เทรดเดอร์กล่าวว่าราคาน้ำมันอาจจะพุ่งขึ้นได้ไม่นานนัก เนื่องจากราคาน้ำมันอาจจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยทางเทคนิค และจากการที่ซาอุดิอาระเบียปรับเพิ่มปริมาณการผลิต ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย.ปรับขึ้น 21 เซนต์ หรือ 0.5 % มาปิดตลาดที่ 46.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.84-46.95 ดอลลาร์









