คลังเล็งเพิ่มมาตรการลดค่าใช้จ่ายเอสเอ็มอีเหลือ 60% จากสูงสุดที่ 80% เพื่อดึงให้เข้าจดทะเบียนตั้งนิติบุคคล ช่วยลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือน
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า การสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้ามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จะทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยลดเหลือ 66.7% จากปัจจุบันอยู่ที่ 81.1%
“การเปลี่ยนเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจในฐานะของบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้การกู้เงินเพื่อทำธุรกิจถูกจัดเป็นภาระหนี้ของครัวเรือน ไม่ใช่หนี้ในภาคธุรกิจ ส่งผลให้ภาระหนี้ครัวเรือนของไทยสูงเกินความจริง ทั้งๆที่เอสเอ็มอีเหล่านั้นกู้ไปเพื่อทำธุรกิจ ไม่ใช่เป็นการกู้เพื่ออุปโถภคบริโภค”
ที่ผ่านมา มาตรการสนับสนุนของกระทรวงการคลัง เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้ามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ให้มากขึ้นนั้น กรมสรรพากรได้ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 20 % จากที่เคยสูงถึง 30% และสำหรับเอสเอ็มอียังมีอัตราที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่ด้วย
นอกจากแรงจูงใจที่กระทรวงให้แล้ว กระทรวงการคลัง จำเป็นต้องมีการลดแรงจูงใจ เพื่อเร่งให้เอสเอ็มอีเข้ามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมากขึ้น ด้วยการลดอัตราการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย ที่ในปัจจุบันมีอัตรา ขึ้นอยู่กับธุรกิจ เริ่มจาก 40 % ,60% และสูงสุดที่ 80 % การปรับปรุงใหม่นี้ จะทำให้อัตราหักแบบเหมาจ่ายมีเพดานไม่เกิน 60 %
“การทำมาตรการลดแรงจูงใจของการประกอบธุรกิจในฐานะบุคคลธรรมดา ดังกล่าว น่าจะมีผลทำให้เอสเอ็มอี เข้ามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กรณีเอสเอ็มอีขนาดเล็กๆ ก็ไม่น่าได้รับผลกระทบ เพราะธุรกิจขนาดเล็กเหล่านั้น ก็หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตราที่ต่ำอยู่แล้ว ,ส่วนธุรกิจที่หักค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูง เช่น ธุรกิจรับเหมา ก็น่าจะเข้ามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพราะได้ประโยชน์มากกว่า”








