"ธปท." ยืนยันพร้อมดูแลค่าเงินและใช้เครื่องมือที่มีอยู่อย่างเหมาะสม รับห่วงบาทแข็งเร็วกระทบเศรษฐกิจ มองระยะข้างหน้าความผันผวนยังสูง
การเคลื่อนไหวของเงินบาทวานนี้(17ส.ค.) เริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อย ปิดตลาดที่ระดับ 34.68-34.70 บาทต่อดอลลาร์ จากช่วงเช้าเปิดตลาดที่ 34.64-34.66 บาทต่อดอลลาร์ การอ่อนลงดังกล่าวสอดคล้องกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค โดยเป็นผลจากการที่นายวิลเลียม ดัดลีย์ ผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) สาขานิวยอร์ก ให้สัมภาษณ์ว่า เฟด มีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ในการประชุมเดือนก.ย.นี้
อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของเงินบาทไทยเทียบกับภูมิภาคแล้ว ถือว่าเป็นระดับที่น้อยกว่า ขณะที่ กนง. ค่อนข้างกังวลกับเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง โดยเกรงว่าจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ถือเป็นการแข็งค่าขึ้นที่ค่อนข้างเร็ว ซึ่งเกิดจากเงินทุนไหลเข้าในตลาดทุน เป็นผลจากหลายปัจจัยทั้งเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด รวมทั้งยังมีปัจจัยบวกจากภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลประชามติในการรับร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ซึ่งออกมาดีกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์เอาไว้
“ที่ประชุม กนง.(คณะกรรมการนโยบายการเงิน) เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ก็มองว่า การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และถ้าดูในรายงานการประชุมฉบับย่อ ก็ระบุเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างชัดเจน และเรื่องนี้ กนง. ก็ให้ติดตามอย่างใกล้ชิด และให้ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในการดูแล”
ธปท.ย้ำมีหน้าที่ดูแลเงินบาท
สำหรับเครื่องมือในการดูแลค่าเงินบาทนั้น นายจาตุรงค์ กล่าวว่า ถ้าเป็นเครื่องมือใหม่ๆ ยังไม่ขอออกความเห็นในขณะนี้
ส่วนคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามว่า ที่ผ่านมาได้ใช้เครื่องมือที่มีอยู่เดิมมาดูแลค่าเงินเป็นระยะใช่หรือไม่ นายจาตุรงค์ กล่าวว่า ถือเป็นหน้าที่ของ ธปท. ที่ต้องดูแลอยู่แล้ว พร้อมกับตอบคำถามเพิ่มเติมว่า เครื่องมือที่มีอยู่เดิมในที่นี้ รวมถึงการแทรกแซงในตลาดการเงินด้วย
นอกจากนี้ยังมีคำถามว่า ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้ศึกษาเครื่องมือการกำกับดูแลสถาบันการเงินโดยหวังผลต่อเศรษฐกิจในเชิงมหภาค(แม็คโครพรูเด็นเชียล) เครื่องมือเหล่านี้สามารถนำมาใช้ดูแลค่าเงินได้หรือไม่นั้น นายจาตุรงค์ กล่าวว่า ถ้ามองภาพรวมในระดับโลก เครื่องมือแม็คโครพรูเด็นเชียลเริ่มเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้น ในการนำมาใช้ดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ส่วน ธปท. จะมีการนำมาใช้หรือไม่นั้น ไม่ขอออกความเห็น
เตือนแนวโน้มผันผวนสูง
นายจาตุรงค์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของค่าเงินบาทวานนี้(17ส.ค.) ที่เริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อยนั้น น่าจะเป็นเพราะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเดือนหน้า มากกว่าจะเป็นเรื่องที่ ธปท. เข้าไปดูแลในตลาดการเงิน
“ตลาดเงินค่อนข้างอ่อนไหว ไม่เฉพาะข่าว เฟด อย่างเดียวที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ไหน ก็พร้อมจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน ซึ่ง กนง. ก็มองไว้ว่า ตลาดเงินในระยะข้างหน้า จะมีความผันผวนที่สูงขึ้น”
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ขยายตัวได้ 3.5% นั้น นายจาตุรงค์ กล่าวว่า ในส่วนของการบริโภคถือว่าเติบโตมากกว่าที่ ธปท. ได้คาดการณ์เอาไว้ สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แม้ตัวเลขการใช้จ่ายของภาครัฐชะลอลงบ้าง แต่ก็ยังเป็นตัวหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับการท่องเที่ยว ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ยังคงชะลอตัว ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ กนง. ค่อนข้างเป็นห่วง








