ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้างหลังปรับตัวลงแรงวานนี้ โดยการปรับขึ้นต่อของราคาน้ำมันดิบ ยังส่งผลบวกต่อการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ดี เช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวไร้ทิศทาง และวานนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 930 ล้านบาท
แนวรับ/แนวต้าน : 1520/1560 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard
หุ้นแนะนำ
CPF (37.00) : กำไร 2Q59 +35%yoy มากกว่าตลาดคาด และคาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากช่วง high season 2) ราคากุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ราคาอาหารสัตว์ที่คงที่
SENA (5.00) : กำไร 2Q59 ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์และมากกว่าตลาดคาด จากผลบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งทำให้การรับรู้การโอนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ในปี 59 SENA ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 8 โครงการ ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 60 เติบโตต่อเนื่อง
SPRC (15.00) : ผลประกอบการ 2/59 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้กำไรครึ่งปีแรกโดดเด่นที่ 4.7 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทได้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับในงวดครึ่งปีแรกคิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 5% อีกทั้งแนวโน้มผลประกอบการใน 3Q59 ยังอยู่ในระดับสูงจากค่าการกลั่นที่ยังดีอยู่ประกอบกับนโยบายการลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ASEFA (7.50) : กำไร 2Q59 โดดเด่น (+47% yoy) จากงานทั้งภาครัฐและเอกชนและต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลงจากงานที่เพิ่มขึ้น เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจาก ASEFA ได้รับผลบวกจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 13 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 4%
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ก.ท่องเที่ยวฯ มอบหมาย ททท.เร่งเดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาด กระตุ้นความเชื่อมั่นทั้งจากคนไทยและต่างชาติ ระบุช่วงเกิดเหตุนักท่องเที่ยวไม่ลดลง ชง ครม.เพิ่มวันหยุดยาว 24-27 กันยายนนี้ เกาะกระแสโปเกมอน ช่วยหนุนท่องเที่ยวอีกแรง
+ แบงก์ชาติดูแลค่าบาท หวั่นแข็งค่าเร็วเกินไปกระทบภาคธุรกิจ-เศรษฐกิจ แนะบริหารความเสี่ยงค่าเงิน ชี้มีโอกาสปรับทิศทางได้รวดเร็วตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ขณะนักวิเคราะห์เผย ธปท.เข้าแทรกแซง หวังพยุงไม่ให้แข็งมากเกินไปต้นทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่ม
+ "สมคิด" ถกคลัง วางกรอบงบประมาณสมดุลสร้างความยั่งยืนทางการคลังในระยะ 7-8 ปี ส่งต่อเป็นแนวนโยบายบริหารเศรษฐกิจรัฐบาล ขณะที่ทีดีอาร์ไอหนุนวางกรอบการคลัง สร้างธรรมาภิบาล แนะทำแผนควบคู่ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ชี้ควรขึ้นแวตเป็น 10% ตัดลดรายจ่ายภาครัฐ สกัดการเมืองใช้ประชานิยม
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงจากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร หลังความเห็นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์คกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.มีความเป็นไปได้ ขณะที่นายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดสาขาแอตแลนต้าระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มแข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และยังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้น 2 ครั้ง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 84.03 จุดหรือ 0.45% สู่ 18,552.02, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 12 จุดหรือ 0.55% สู่ 2,178.15 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 34.90 จุดหรือ 0.66% สู่ 5,227.11
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันอังคาร หลังจากเพิ่งพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 14 เดือนในวันจันทร์ โดยดัชนีได้รับแรงกดดันจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษที่สูงเกินคาด ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 47.27 จุด หรือ 0.68 % สู่ 6,893.92 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,893.92-6,941.19
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่มีแรงขายมากขึ้นในช่วงท้ายตลาด หลังจากดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนเมื่อเทียบกับเยน ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 273.05 จุดหรือ 1.62% มาที่ 16,596.51
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 1.8 % ในวันอังคาร ในขณะที่แหล่งข่าวในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าวว่า ซาอุดิอาระเบียต้องการให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า รัสเซียประชุมกับกลุ่มโอเปกเพื่อหารือเรื่องตลาดน้ำมันด้วย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย.พุ่งขึ้น 84 เซนต์ หรือ 1.8 % มาปิดตลาดที่ 46.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.34-46.73 ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันอังคารถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.









