บ้านปู เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก ยอดขาย3.62 หมื่นล้านบาท กำไรแค่ 98 ล้านบาท เดินหน้าโรงไฟฟ้าในจีน พลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บ้านปูฯ ยังคงสานต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนตามทิศทางพลังงานของโลก และยุทธศาสตร์ด้านพลังงานในแต่ละประเทศ โดยสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจพลังงานหลักของบริษัทฯ อย่างถ่านหินด้วยมาตรการควบคุมต้นทุน ควบคู่ไปกับพัฒนาประสิทธิภาพด้านการผลิตและโลจิสติกส์ของเหมืองในประเทศออสเตรเลียและอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง ให้มีความพร้อมต่อสภาวะตลาด และนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวเมื่อราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนั้นธุรกิจไฟฟ้าก็มีการเติบโตตามแผนของบริษัทฯ ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุน ซึ่งปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.86 กิกะวัตต์เทียบเท่า และเมื่อนับรวมโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เราจะขยายให้เป็น 2.4 กิกะวัตต์เทียบเท่าในปี 2561 โดยตั้งเป้าให้เพิ่มถึง 4.3 กิกะวัตต์เทียบเท่า ซึ่งแบ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 20 % ภายในปี 2568
ครึ่งแรกของปี 2559 โครงการโรงไฟฟ้าหงสายูนิตที่ 3 ในประเทศลาว ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและผลิตกระแสไฟฟ้าจ่ายเข้าสู่ประเทศไทยตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขาย (PPA) เป็นที่เรียบร้อย โดยบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 12.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2/2559
ด้านโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวงในประเทศจีน กำลังผลิตติดตั้งรวม 1,320 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปี 2560 ส่วนความคืบหน้าในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ล่าสุด บริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้มาซึ่งหุ้นทั้งหมดในโครงการฮุ่ยเหนิงแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งหุ้นในโครงการจินซาน โครงการเฮ่าหยวน และโครงการฮุ่ยเอิน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2559
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 โครงการดังกล่าวในมณฑลซานตง ประเทศจีน มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 90 เมกะวัตต์ โดยเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 70 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการจินซาน โครงการฮุ่ยเหนิง และโครงการเฮ่าหยวน ส่วนโครงการฮุ่ยเอิน จำนวน 20 เมกะวัตต์จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/2559
ขณะที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นอีก 8 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการลงทุน 74.4 เมกะวัตต์ (ไฟฟ้ากระแสสลับ) ปัจจุบันมี 2 โครงการที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว คือ โครงการโอลิมเปีย และโครงการฮิโนะ คิดเป็น 6.6 เมกะวัตต์ (ไฟฟ้ากระแสสลับ) ส่วนโครงการที่เหลือจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2560-2561
ภายในปี 2568 บริษัทฯ มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานชีวมวล ทั้งในประเทศที่บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการเข้าไปลงทุนอยู่แล้ว และประเทศอื่นๆ ที่ความต้องการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีอัตราเติบโตสูง อาทิ ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น โดยมีกลยุทธ์การลงทุนพลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่างๆ ให้กระจายครอบคลุมอยู่ในหลากหลายประเทศ เพื่อสร้างสมดุลในโอกาสและข้อได้เปรียบทางธุรกิจ พร้อมทั้งลดความเสี่ยง
ทั้งนี้ บ้านปูฯ พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์การลงทุนธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนอย่างเข้มแข็ง และต่อยอดการเติบโตของสินทรัพย์ โดยมีแผนที่จะออกและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูฯ ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในไตรมาส 4/2559
“บ้านปูฯ กำลังเดินหน้าเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแผนการดำเนินธุรกิจ 5 ปี และยังคงเน้นการบ่มเพาะปรัชญาการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมด้วยนโยบายการบริหารงานเชิงรุกที่มุ่งสร้างกระแสเงินสดให้เป็นบวกเพื่อคงสถานะทางการเงินที่มีสภาพคล่องสูง ” นางสมฤดี กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ รายงานช่วงครึ่งปีแรก ปริมาณการขายถ่านหินรวมทั้งสิ้น 19.57 ล้านตัน ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วยปริมาณการขายของเหมืองในประเทศออสเตรเลีย 6.45 ล้านตัน และเหมืองในประเทศอินโดนีเซีย 13.12 ล้านตัน มีรายได้จากการขายถ่านหิน จำนวน 926 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 91% ของรายได้ทั้งหมด ด้านธุรกิจไฟฟ้า กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) คิดเป็น 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในไตรมาส 2/2559 คิดเป็น 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 57% จากปีก่อนหน้า และในไตรมาสนี้มีการรับรู้ผลการดำเนินธุรกิจ Shale Gas ในสหรัฐอเมริกา ด้วย EBITDA จำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทแจ้งผลประกอบการไตรมาส2ปีนี้มีกำไร 281 ล้านบาท แต่เมื่อรวมผลกำไรงวดครึ่งปีแรกมีกำไร 98 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรเพียง 14 ล้านบาท







