“การบินไทย” แจงผลประกอบการไตรมาสสองขาดทุน 2.9 พันล้านบาท ยอมรับเป็นช่วงที่แย่ที่สุด พร้อมลุยออนไลน์มาร์เกตติ้ง หนุนรายได้โต 6-9 พันล้านบาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาสสองปี2559 ระบุว่าเป็นช่วงที่แย่ที่สุดของธุรกิจการบิน เนื่องจากอยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว แต่กลับพบว่าผลประกอบการของบริษัทผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิราว1.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย.) มีกำไรอยู่ที่3.1พันล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุน 8.2 พันล้านบาท
ปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นไตรมาสสอง เกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายราคาน้ำมันเครื่องบินลดลง3.1 พันล้านบาทเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาน้ำมันเฉลี่ยลดลง21.9% ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง184 ล้านบาท แต่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน595ล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการช่วงที่แย่ที่สุด และเหนื่อยสุดได้ผ่านพ้นไป
ช่วง6เดือนผลตอบแทนที่นั่งลด
ท่ามกลางผลบวกจากราคาน้ำมันลดลง ก็ผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาของสายการบิน พบว่าช่วง6เดือนแรกปีนี้ แม้บริษัทบริหารจัดการเครื่องบิน และโปรโมชั่น ทำให้อัตราบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอยู่ที่75% แต่อัตราผลตอบแทนต่อที่นั่ง (ยิวด์) กลับลดลง2.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่2.5%
“หากถามถึงสัญญาณช่วงครึ่งปีหลัง ต้องชี้แจงว่าให้ประเมินดูจากผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก เป็นช่วงที่แย่สุดแต่เราก็ผ่านพ้นมาได้ ปีหน้าเราก็จะเข้าสู่ขั้นตอนขยายธุรกิจยั่งยืน โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะปรับต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรแล้วเสร็จ 20 โครงการปีนี้คาดว่าจะเสร็จ14โครงการ ส่วนของโครงการที่เราดำเนินการแล้วในปีนี้ เช่น ระบบบริหารราคา และระบบเส้นทางบิน นำมาใช้แล้ว”
ชูกลยุทธ์ออนไลน์เพิ่มรายได้
สำหรับปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนหนึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนกลยุทธ์ออนไลน์ บริษัทลงทุนจากการวางระบบบริหารราคา ที่มีความโดดเด่นด้านการอัพเดตราคาตั๋วของสายการบินคู่แข่งทุกวัน และราคาดังกล่าวจะปรากฏไปยังระบบการขายของการบินไทยทั่วโลก ทำให้สามารถบริหารราคาเพื่อการแข่งขันได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการวางระบบเส้นทางบิน ทำให้วางแผนเส้นทางบิน และตารางบินระยะยาวได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดวางตารางบินต่อเนื่อง4ตารางบิน ตั้งแต่ตารางบินฤดูหนาวนี้ จนถึงตารางบินฤดูร้อนในปี2561
ทั้งนี้กระบวนการบริหารเส้นทางบินขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับท่าอากาศยานปลายทาง เพื่อจัดหาช่วงตารางบินที่เหมาะสม หากการวางตารางบินระยะยาวครั้งนี้เป็นไปตามแผน จะช่วยให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นศูนย์กลางการบิน
ในส่วนของเป้าหมายผลการดำเนินงานของการลงทุนระบบออนไลน์ใหม่นี้ คาดจะเห็นผลตอบรับอีก3เดือน หวังว่าจะเพิ่มรายได้การขายตั๋วราว 4- 6% ต่อระบบจากฐาน 1.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น6-9 พันล้านบาท
“การลงทุนระบบที่เกิดขึ้นครั้งนี้ หวังว่าจะทำให้เกิดความเข้มแข็ง สร้างยิวด์ที่สูงขึ้นได้ ปีนี้ยังคงตั้งเป้าเคบิ้นแฟกเตอร์ไว้ที่ 80% ปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่75% รายได้เพิ่มขึ้น5% ส่วนปีหน้ากลยุทธ์ออนไลน์ที่จะลงทุนเพิ่มคือระบบออนไลน์บุ๊กกิ้ง อยู่ระหว่างออกเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) คัดเลือกระบบ คาดภายใน 6 เดือน นำมาใช้งานได้ทำให้ช่วงต้นปี2560การบินไทยจะเข้าสู่เฟสการเติบโตที่ยั่งยืน”
เร่งวางผสาน3สายการบิน
นอกจากนี้ การบินไทยยังอยู่ในช่วงของวางแผนยุทธศาสตร์10ปี โดยจะผสาน3สายการบินในเครือ โดยการบินไทย ทำหน้าที่สายการบินหลักที่จับตลาดหลักทั่วโลก ส่วนสายการบินไทยสมายล์ จะปรับให้เป็นสายการบินฟลูเซอร์วิส เน้นบินเส้นทางระยะสั้น พร้อมทั้งปรับให้มีบริการที่ยกระดับเท่ากับการบินไทย สามารถใช้ระบบร่วมกันทั้งจองตั๋ว เช็คอิน และเข้าสู่สมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์ ขณะที่สายการบินนกแอร์ วางให้เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ
นายธีรพล โชติชนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจัยบวกช่วงครึ่งปีหลังนี้ นอกจากการวางระบบออนไลน์ใหม่ที่เกิดขึ้น บริษัท ยังวางแผนขยายความร่วมมือระหว่างสายการบินเครือสตาร์อัลไลแอนซ์ ด้วยการทำโค้ดแชร์เส้นทางบินร่วมกัน หวังว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากโค้ดแชร์ขึ้นเป็น 20 -25% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่เพียง 5%
ห่วงคำเตือนกระทบเดินทาง
ส่วนผลกระทบจากเหตุระเบิดหลายพื้นที่ช่วงที่ผ่านมา ระยะสั้นยังไม่เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เห็นแล้ว คือ มีการออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยว และเป็นตลาดหลักของการบินไทย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และยุโรป ดังนั้นเบื้องต้นจึงต้องดูสถานการณ์ว่าการออกคำเตือนในลักษณะนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดในแหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างหัวหิน และภูเก็ต หากไม่มีสถานการณ์เกิดขึ้นเพิ่มเติม คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากมีเหตุการณ์ และมีประกาศเตือนอีก อาจมีกรณียกเลิกเดินทางได้
“ตอนนี้จนถึงช่วงสิ้นปีนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จองตั๋วโดยสารล่วงหน้าแล้ว เพราะช่วงปลายปีเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่จองเข้ามาแล้วจะยกเลิกได้หรือไม่ ก็มีความเป็นไปได้ ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะหายไปประมาณ1 -2 แสนคน หากเป็นจริงลูกค้าของการบินไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ละปีการบินไทยขนส่งผู้โดยสารประมาณ20ล้านคน มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ30%”
มั่นใจบินไทยครึ่งหลังฟื้น
นักวิเคราะห์บล.กรุงศรี กล่าวว่าผลประกอบการของการบินไทย เป็นไปตามที่คาดการณ์ เพราะไตรมาสสองเป็นช่วงโลวซีซั่น ช่วงไตรมาสที่ 2 ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่มีปีไหนที่บริษัทมีกำไร แต่ผลการดำเนินงานปีนี้มีทิศทางที่ดีขึ้น เป็นผลจากราคาน้ำมันลดลง และแผนการปฏิรูปที่ได้ผล
ด้านบล.กรุงศรี มีมุมมองเช่นเดียวกับผู้บริหารการบินไทยว่าไตรมาสที่ 2 เป็นจุดต่ำสุด และจะปรับตัวดีชึ้นช่วงครึ่งปีหลัง จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น โดยเริ่มเห็นสัญญาณจากยอดบรรทุกผู้โดยสาร ขยับมาอยู่ที่ 70% จากปีก่อนที่ 65 % บริษัทจะมีการขายเครื่องบินเก่าบางส่วนออกไป และหาเครื่องบินใหม่เข้ามาให้บริการเพิ่มขึ้นจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาหุ้น การบินไทย ปรับตัวลง คาดว่านักลงทุนขายออกมาก่อน เนื่องจากผิดหวังผลการดำเนินงานที่ออกมา กดดันงวดครึ่งปีแรก ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้มีผลกำไรประมาณ 6,000 ล้านบาท









