"ประธาน ส.อ.ท." แนะรัฐบาล-ฝ่ายความมั่นคง เร่งหาสาเหตุและมาตรการป้องกันเหตุการณ์ไม่สงบ ชี้เหตุระเบิดไม่กระทบการลงทุน
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสากรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลกระทบจากเหตุลอบวางระเบิดในหลายพื้นที่นั้น ภาคเอกชนมองว่ารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ต้องเร่งหาสาเหตุและมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบอีก ส่วนการลงทุนนั้น มองว่าไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว ด้านยอดขายของภาคอุตสาหกรรมก็มั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ส่วนแนวโน้มการลงทุนจริงของภาคเอกชนช่วงครึ่งปีหลัง ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ระบุว่า การลงทุนของเอกชนไตรมาสสอง ลดลงจากไตรมาสแรก ว่า ถ้าเอกชนเห็นความเคลื่อนไหวของตลาดว่ากำลังซื้อกลับมาแล้ว ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศรวมทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) เติบโตดี ก็จะตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น
ล่าสุดพบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสสองของปีนี้อยู่ที่3.5%ทำให้เอกชนเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าจีดีพีทั้งปีน่าจะถึงระดับ3-3.5%
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน อันดับแรกคือความคึกคักของตลาด ผลิตสินค้าแล้วขายได้ สร้างกำไร ตอนนี้พบว่ารายได้ภาคเกษตรเริ่มฟื้นตัว ทำให้กลุ่มกำลังซื้อหลักคือเกษตรกร กลับมาสู่ภาวะปกติตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ยอดขายรถกระบะของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัว สะท้อนจากเงินภาคเกษตรเริ่มเข้าสู่ระบบ
ส่วนข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้รัฐบาลประกาศวันหยุดเพิ่มคือ 24-27 ก.ย.นี้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในสถานการณ์ปัจจุบัน มองว่าจะเป็นวันหยุดที่ต่อเนื่องเกินไป และปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบว่าการกำหนดวันหยุดดังกล่าวได้กระตุ้นการท่องเที่ยวได้จริง หรือประชาชนเลือกไปเที่ยวต่างประเทศแทน นอกจากนี้มองว่าการมีวันหยุดมากเกินไปจะกระทบต่อภาคการผลิตให้มีผลิตภาพน้อยลง









