วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ทีแพค’ เล็งซื้อกิจการหนุนกำไรโตกระโดด

‘ทีแพค’ หวังซื้อกิจการหนุนรายได้โตก้าวกระโดด ผู้บริหารชี้อัตราส่วนสภาพคล่องสูง 3 เท่า และไม่มีหนี้เงินกู้ ตั้งเป้าเติบโตรายได้โต5-10%

นายธีรวิทย์ บุษยโภคะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) TPAC เปิดเผยว่า การเติบโตของบริษัทต่อจากนี้จะมาจาก 2 ส่วน คือ การเติบโตจากธุรกิจที่มีอยู่ราว 5-10% ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ และการเติบโตจากการร่วมทุน หรือการซื้อกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

“การเติบโตถามปกติของบริษัทนั้นจะอยู่ที่ราว 5-10% ต่อปี ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมากำลังซื้อโดยรวมลดลง แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีมากขึ้น โดยหากตลาดค่อยๆ ฟื้นตัว อัตราการใช้กำลังการผลิตก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจาก 60-80% ในปัจจุบัน มีโอกาสที่จะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 85% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสม”

ส่วนการเติบโตด้วยการซื้อกิจการนั้น จะยังคงมุ่งเน้นในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลาสติก ซึ่งวิธีการนี้เป็นนโยบายที่สำคัญอย่างหนึ่งหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้น และโครงสร้างการบริหารงาน โดยมีนายอานุช โลเฮีย บุตรชายของนายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) IVL เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 64%

ทั้งนี้ บริษัทมีความพร้อมด้านฐานะการเงินค่อนข้างมาก โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานราว 128.6 ล้านบาท และไม่มีหนี้สินเงินกู้เลย ทำให้บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงถึง 3.1 เท่า นอกจากนี้บริษัทยังมีเงินเพิ่มทุนจากการใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนท์เข้ามาอีกราว 250 ล้านบาท

ด้านนายเควิน คูมาร์ ชาร์มา ประธานกรรมการบริหารของบริษัท กล่าวว่า การเข้ามาถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ช่วยให้บริษัทมีช่องทางในการขยายฐานลูกค้ามากขึ้น ส่วนเหตุผลสำคัญที่ผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามาถือหุ้นนั้น เพราะมองว่าอุตสาหกรรมพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์นั้นมีความเสี่ยงต่ำ และเป็นธุรกิจที่มั่นคงต่อความผันผวนของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นใหม่เชื่อว่าบริษัทมีโอกาสในการเติบโตจากการดึงบริษัทอื่นๆ ที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจ

“บริษัทเปิดโอกาสในการซื้อกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับต่างประเทศนั้นจะมุ่งเน้นในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้มาก โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ในขณะนี้”

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (15ส.ค.) ปิดการซื้อขาย 7.65 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.29% มูลค่าการซื้อขาย 4.43 ล้านบาท

โชว์กำไรไตรมาส2เติบโต10.7%  

บริษัท พลาสติคและหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน) TPAC รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.7% จากไตรมาส 2 ปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายในไตรมาส 2 ปี 2559 ปรับตัวลดลง อันเป็นผลมาจากราคาขายสินค้าที่ต่ำลง ตามกลไกของราคาเม็ดพลาสติคที่ต่ำลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยในไตรมาส 2 ปี2559 อยู่ในช่วงการปรับตัวจากราคาเม็ดพลาสติคที่ผันผวนระหว่างไตรมาส ในช่วงคาบเกี่ยวระดับกาารปรับราคาขายตามราคาต้นทุนวัตถุดิบในห้สอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบว่ามีสัญญาณในแง่ดีที่ได้เห็นการสั่งซื้อของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่มีการบริโภคในประเทศชะลอตัวในไตรมาส 1

ต้นทุนทางการเงินลดลง จากการบริหารกระแสเงินสดส่วนเกิน โดยนำไปปิดยอดชำระเงินกู้สถาบันการเงินทั้งจำนวน

ขณะที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควรเสนอพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เป็นจำนวนเงิน 0.10 บาท ประกาศจ่ายในวันที่ 8 ก.ย.2559 โดยปิดสมุดทะเบียนหุ้น