"ไอซีบีซี" ชี้ดีลใหญ่หนุนกำไรพุ่ง มั่นใจ 3 ปีโตได้10%ต่อปี แบงก์แม่พร้อมหนุนไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ยันจีนต้องการใช้ไทยเป็นฐานผลิต
ไอซีบีซียันมั่นใจทั้งปีโต 10% คงแผน 3 ปีโต 10% ชี้ครึ่งแรกกำไรโต 15% เกินคาด หลังมีดีลใหญ่หลายดีล มั่นใจทุนแกร่งพอรองรับการเติบโตและแบงก์แม่พร้อมหนุนเต็มที่ ส่วนเอ็นพีแอลยังต่ำกว่า 1% ยันนักลงทุนจีนยังสนใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและกระจายสู่อาเซียน
นายจื้อกัง หลี่ ประธานกรรมการ ธนาคารไอซีบีซี เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปีสินทรัพย์รวมของธนาคารเติบโตแล้ว 10% เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 10% ต่อปีในระยะ 3 ปีข้างหน้า ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีดีลใหญ่เกิดขึ้นหลายรายทั้งการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มทีซีซีเข้าซื้อบิ๊กซี หรือการออกแบงก์การันตีให้กลุ่มทรู รวมถึงการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมยางรถยนต์และพลังงานแสงอาทิตย์อีกด้วย
สำหรับช่วงครึ่งปีหลังธนาคารเชื่อว่า จะยังรักษาการเติบโตในระดับดังกล่าวไว้ ด้วยความที่ธนาคารยังเล็กจึงมีโอกาสเติบโตสินเชื่อได้อีกมาก โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะเติบโตได้ 3% และครึ่งหลังจะฟื้นตัวขึ้นจากการลงทุนภาครัฐรวมถึงนโยบายของรัฐที่ต้องการผลักดัน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายจะช่วยดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาได้ ซึ่งธนาคารยังเห็นแนวโน้มที่นักลงทุนจีนจะเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและกระจายไปอาเซียน ซึ่งธนาคารมีเครือข่ายอยู่ครบทุกประเทศในอาเซียน ถือเป็นข้อได้เปรียบ
“ในขณะที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ประกอบกับการที่สหรัฐมีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) รวมถึงรัฐบาลจีนเองก็ผลักดันให้นักลงทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศ จึงเห็นจีนออกมาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยซึ่งมีซัพพลายเชนที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเป็นข้อดีที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางที่ประเทศไทยมีความโดดเด่นรวมถึงระบบขนส่งที่มีความพร้อมทำให้บริษัทยางอันดับต้นๆของจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยเป็นหลัก ซึ่งธนาคารจะมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มนี้”
ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อของธนาคารมาจากลูกค้ารายใหญ่ มากกว่า 50% ลูกค้าเอสเอ็มอี 10-20% ที่เหลือเป็นรายย่อย ขณะที่สัดส่วนลูกค้าของธนาคารมาจากลูกค้าท้องถิ่น 50% ลูกค้าจีน 30-40% และลูกค้าต่างชาติอีก 10-20%
นอกจากนี้การที่ธนาคารมีเครือข่ายทั่วโลกยังเอื้อให้ธนาคารสามารถช่วยลูกค้าที่ต้องการออกไประดมทุนยังต่างประเทศได้ เช่น การออกหุ้นกู้ในฮ่องกง สิงคโปร์ หรือลอนดอน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า การแข่งขันของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทยมีความรุนแรง ซึ่งธนาคารไทยก็จับตลาดลูกค้าจีนเช่นกัน แต่ธนาคารมองว่าธนาคารไทยถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เนื่องจากฐานทุนของธนาคารในประเทศไทยยังมีขนาดเล็กเป็นข้อจำกัดในการขยายสินเชื่อดังนั้นหากสามารถร่วมมือกับธนาคารไทยในการให้สินเชื่อร่วมยังจะช่วยกระจายความเสี่ยงให้ธนาคารได้อีกด้วย
แม้สินเชื่อจะขยายตัวได้ดีแต่ธนาคารยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากเงินกองทุนที่มีอยู่สูงถึง 17.85% เพียงพอและไม่คิดเกณฑ์การให้สินเชื่อรายกลุ่ม (Single Lending Limit) ซึ่งธนาคารแม่ก็พร้อมสนับสนุน เช่นการออกแบงก์การันตีให้กลุ่มทรูที่ธนาคารสามารถเป็นแกนหลักในการปล่อยกู้ได้ผ่านธนาคารไอซีบีซีฮ่องกง ขณะที่เอ็นพีแอลธนาคารยังอยู่ในระดับต่ำกว่า1%






