บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ผนึก ‘บีเจซี’ หวังใช้โอกาเปิดเออีซี ต่อยอดธุรกิจในเครือ รุกขยายเครือข่ายค้าปลีกในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่กลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ หรือบีเจซี เข้าซื้อกิจการบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในไทย มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงธุรกิจและผนึกกำลังระหว่างบิ๊กซีและบีเจซี ทั้งในส่วนของธุรกิจค้าปลีกและผลิตภัณฑ์คอมซูเมอร์โปรดักท์ที่อยู่ภายใต้เครือบีเจซี เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจเครือข่ายไปด้วยกัน
พร้อมกันนี้จะอาศัยโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อขยายธุรกิจค้าปลีกในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผน คาดว่าจะระยะเวลา 2 เดือน ในช่วง ส.ค.-ก.ย.2559 จึงจะได้ข้อสรุป
ขณะที่ความคืบหน้าของการลงทุนในประเทศลาว ปัจจุบันได้รับใบอนุญาต ดำเนินธุรกิจประเภทค้าปลีก ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการขยายธุรกิจค้าปลีกในประเทศดังกล่าว หลังจากปัจจุบันบีเจซีได้เข้าไปวางรากฐานด้านธุรกิจค้าปลีก ด้วยการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ ภายใต้ชื่อร้าน “เอ็ม-พ้อยท์ มาร์ท” จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่ 18 แห่งในนครเวียงจันทร์ ประเทศลาว ซึ่งเป็นการลงทุนพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ด้วยการจัดตั้งบริษัท บีเจซี-เอ็มพีเอ็ม (ลาว) โซล จำกัด ในช่วงปี 2556
ทางด้านการลงทุนธุรกิจค้าในประเทศกัมพูชา ขณะนี้มีนักลงทุนท้องถิ่นที่มีความแข็งแกร่งให้ความสนใจที่จะลงทุนเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามบริษัทยังอยู่ระหว่างเปลี่ยนแบรนด์ห้างค้าเมโทรในประเทศเวียดนาม ที่ปัจจุบันมีอยู่ 19 สาขา ซึ่งคาดว่าจะเห็นแบรนด์ใหม่ในปีหน้า
สำหรับภาพรวมรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น และพร้อมจะผลักดันให้ยอดขายมีการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ในปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกภายใต้กลุ่มบริษัทบีเจซี ครบคลุมรูปแบบห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ภายใต้แบรนด์บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์,ร้านสินค้าสุขภาพและความงาม แบรนด์โอเกนกิ,ห้างค้าปลีกค้าส่งและชำระเงินสดแบรนด์เอ็มเอ็ม เมก้ามาร์เก็ตในประเทศไทยและเวียดนาม รวมถึงห้างค้าปลีกแคชแอนด์แครี่แบรนด์เมโทรในประเทศเวียดนาม, ร้านสะดวกซื้อบี สมาร์ท ในประเทศเวียดนาม และร้านสะดวกซื้อเอ็ม-พอยท์ มาร์ทในประเทศลาว เป็นต้น








