'เคพีไอ'ปรับแผนครึ่งหลังรุกประกันรถออนไลน์

'เคพีไอ'ปรับแผนครึ่งหลังรุกประกันรถออนไลน์

“เคพีไอ” ปรับกลยุทธ์ครึ่งหลัง รุกตลาดประกันรถออนไลน์ ผนึกรู้ใจดอทคอม ชูเบี้ยเหมาะสมกับผู้ขับขี่และบริการครบวงจรระดับพรีเมียม

 เดินหน้าสร้างแบรนด์เครือแบงก์กรุงไทยมัดใจลูกค้าภูธร ดันส่วนแบ่งตลาดปี 2563 ติดท็อปเทน หนุนเบี้ยรถแตะ 3,000 ล้าน  

นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพาณิชย์ประกันภัย หรือ KPI ในเครือธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ บริษัทมีเบี้ยรับประกันภัยกว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่เติบโตเช่นเดียวกับตลาดภาพรวม สาเหตุจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว ยอดปล่อยสินเชื่อของธนาคารและยอดขายรถใหม่ยังไม่เติบโต รวมถึงตลาดประกันภัยรถยนต์แข่งขันราคารุนแรง อีกทั้งบริษัทมีนโยบายปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย โดยหันมาทำตลาดประกันรถชั้น 2+ และ 3+ มากขึ้น จากประกันรถชั้น 1

ส่วนครึ่งปีหลัง แนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจไทย และยอดปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก โดยส่งผลดีต่อแนวโน้มภาพรวมตลาดประกันวินาศภัยปรับตัวขึ้น อีกทั้งบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ รุกช่องทางขายประกันภัยออนไลน์ ล่าสุดร่วมมือกับ บริษัท รู้ใจ จำกัด หรือ รู้ใจดอทคอม ผู้ดำเนินธุรกิจประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ภายใต้จุดแข็งด้วยเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับผู้ขับขี่ และบริการหลังการขายและบริการเคลมสินไหมระดีบพรีเมี่ยม ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างแบรนด์ในต่างจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เช่น วิทยุ ป้ายโฆษณา เบื้องต้นเริ่มทำการประชาสัมพันธ์ในต่างจังหวัดก่อน เพราะบริษัทอยู่ในเครือของธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมส่วนใหญ่ลูกค้ารู้จักบริษัทแบบลูกค้าปากต่อปาก

ดังนั้น ปีนี้บริษัทยังคงเป้าเบี้ยประกันภัยเติบโตที่ 3-5% จากปีก่อนมีเบี้ยรับประกัน 3,063 ล้านบาท และการขยายตลาดประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ร่วมกับรู้ใจดอทคอม ในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือปี 2563 บริษัทจะมีส่วนแบ่งตลาดขึ้นติด 1 ใน 10 ของธุรกิจประกันวินาศภัย จากปัจจุบันอันดับ 18-20 และมีเบี้ยประกันภัยรถยนต์เติบโตถึง 3,000 ล้านบาท จาก 1,300 ล้านบาท และมีสัดส่วนเบี้ยประกันรถยนต์เพิ่มเป็น 50% จาก 40% ที่เหลือเป็นประกันภัยนอนมอแตอร์

“แนวโน้มตลาดประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ในไทย มีโอกาสขยายตัวอีกมาก แม้ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 1% ของตลาดประกันภัยรถยนต์ แต่ในอนาคตจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 50% เช่นเดียวกับในต่างประเทศ เพราะพฤติกรรมที่เปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคมีความใกล้ชิดเทคโนโลยีมีขึ้น โดยเฉพาะตลาดคนรุนใหม่ ซึ่งบริษัทประกันต้องปรับตัว"