วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้างหลังบริษัทต่างๆในตลาดหลักทรัพย์ทยอยประกาศงบไตรมาสที่ 2/59 ออกมามากขึ้น ขณะที่เช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวไร้ทิศทาง ด้านนักลงทุนต่างชาติวานนี้ยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อในระดับสูงที่ 5,290 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1535/1560 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

หุ้นแนะนำ

ASEFA (6.80) : เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจาก ASEFA ได้รับผลบวกจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคาดกำไร 2Q59 ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากงานทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 11 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 5%

PTT (405) : คาดกำไร 2/59 ปรับตัวเพิ่มขึ้น qoq จาก inventory gain ของธุรกิจน้ำมัน ผลประกอบการที่ดีขึ้นของโรงแยกก๊าซและกำไรที่มากขึ้นจากบริษัทในเครือ และได้รับผลประโยชน์จากการไหลเข้าของเงินจากต่างประเทศ จากแนวโน้มเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่ดีขึ้น

CK (40.00) : คาดกำไรปี 59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต

THAI (31.75) : คาดผลประกอบการ 2Q59 จะดีขึ้น yoy แต่ลดลง qoq เนื่องจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "แบงก์" ขนโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านราคาพิเศษ ร่วมงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโด ชูดอกเบี้ย 0% พร้อมเข็น "เอ็นพีเอ" ขายในงาน ขณะ "สมาคมอสังหาฯ" เผยครึ่งปีแรกสินเชื่อบ้านโต 7% มองแนวโน้มครึ่งปีหลังยังโตต่อเนื่องตามการลงทุนภาครัฐ ด้าน "กูรู" อสังหาฯชี้คนรุ่นใหม่หันมาซื้ออสังหาฯเพื่อการลงทุนมากขึ้น

+ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าการเล่นเกมโปเกมอนโก ในระยะสั้น จะส่งผลให้การใช้จ่ายภาคบริการและการท่องเที่ยวขยายตัวดีขึ้น เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจออกไปจับโปเกมอนนอกสถานที่ ทำให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น การออกนอกสถานที่ส่วนหนึ่งต้องเติมน้ำมันรถเพื่อออกไปหาโปเกมอน การใช้เงินบริโภคอาหารนอกสถานที่ หลังจากออกไปตามหาโปเกมอน และการจับจ่ายในรายการอื่นๆ แต่ต้องจับตาระยะหลังจากนี้ว่ากระแสการเล่นเกมดังกล่าวจะเป็นอย่างไร

+ กสทช. เตรียมร่างหนังสือแจ้ง "ไนแอนติก" ผู้พัฒนา "ถอดโปเกม่อนออกจากพื้นที่ต้องห้าม" จี้ค่ายมือถือทำคู่มือการเล่นอย่างมีสติภายใน 3 วัน กระทรวงพัฒนาความมั่นคง ขอจัดโซนนิ่ง-จำกัดเวลาเล่น พร้อมให้ กสทช.ออก "ซิมเด็ก" ป้องกันซื้อไอเทมจนเกิดบิลช็อก นักวิชาการมองด้านดีกระตุ้นจับจ่าย แนะกระทรวงท่องเที่ยวฯ เกาะกระแสทำแผนเชื่อมโยงโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวไทย ดึงต่างชาติจับโปเกม่อนเออีซี เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ปิดใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เข้าทดสอบในช่วงที่ผ่านมาท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 3.76 จุดหรือ 0.02% สู่ 18,533.05, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.85 จุดหรือ 0.04% สู่ 2,181.74 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 12.34 จุดหรือ 0.24% สู่ 5,225.48

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดปรับขึ้นในวันอังคาร หลังจากพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 14 เดือนในระหว่างวัน โดยดัชนีได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทสแตนดาร์ด ไลฟ์ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 42.17 จุด หรือ 0.62 % สู่ 6,851.30 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,807.76-6,863.10 โดยจุดสูงสุดของวันอังคารถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2015

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดเพิ่มขึ้น โดยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบาง เนื่องจากเยนปรับตัวผันผวน ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 114.40 จุด หรือ 0.69% ที่ 16,764.97 หลังจากร่วงต่ำสุดที่ 16,630.56 จากแรงขายทำกำไรก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาแตะระดับ 16,779.59 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันอังคาร หลังจากที่เพิ่งพุ่งขึ้นในวันจันทร์ ในขณะที่นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กับประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกจะเริ่มต้นการเจรจารอบใหม่เรื่องการร่วมมือกันพยุงราคาน้ำมัน หลังจากที่เคยประสบความล้มเหลวไปแล้วในเดือน เม.ย. ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 25 เซนต์ หรือ 0.6 % มาปิดตลาดที่ 42.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 42.47-43.52 ดอลลาร์