กรุงไทยแอกซ่าปี 59 โตสู้ดอกเบี้ยต่ำ โชว์ครึ่งปีนี้เบี้ยรับ 28,725 ล้านบาทขยายตัว 4% กวาดเบี้ยใหม่ 7,172 ล้านบาทขยายตัว 27%
โหมโรงตลาดครึ่งปีหลังรุกขายประกันคุ้มครองผ่านไลน์เพย์ ยึดกลุ่มเด็กปั้นฐานลูกค้าในอนาคต พร้อมเจาะตลาดองค์กร500,000แห่งขยายประกันกลุ่ม ด้านลงทุน192,000ล้านบาท เติบโต17.6% จากปีก่อนเน้นบริหารความเสี่ยงของพอร์ตสร้างผลตอบแทนตามสัญญากรมธรรม์ ขณะที่กรุงไทยประกันชีวิตไตรมาส 2 กำไรโพพรวด 400%
นายเดวิด โครูนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ มีเบี้ยรับประกันรับรวม 28,725 ล้านบาท เติบโต 4% เป็นเบี้ยประกันปีใหม่ 7,172.5ล้านบาท เติบโต27% มาจากช่องช่องทางธนาคารสูงสุดที่สัดส่วน 55% ที่ 3,916.3ล้านบาท เติบโต40% รองลงมาเป็นช่องทางตัวแทนสัดส่วน 44% เติบโต21% ที่เหลือเป็นช่องทางประกันกลุ่มโต14%
ทั้งนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการให้ความคุ้มครองและสุขภาพ และล่าสุดได้รวมกับพันธมิตร ไลน์ คอร์ปอเรชั่น เสริมงานการตลาดดิจิทัล ตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่สนใจติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นประกันชีวิตรายแรกในเอเชียที่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการผ่านไลน์เพย์ทำให้มั่นใจว่าปีนี้ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย
“ผลการตอบรับในช่องทางขายผ่านไลน์ช่วงแรกของบริษัทค่อนข้างพอใจและมองว่าจะเป็นโอกาสในอนาคต จากประชากรไทยกว่า34ล้านคนใช้ไลน์และมีค่าเฉลี่ยใช้ไลน์ต่อวัน80นาที ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนและเด็ก ”
กลยุทธ์ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ยังเน้นการสร้างแบรนด์และออนไลน์-แอพพลิเคชั่นไลน์ เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขายผ่านไลน์เพย์เพิ่มเติมเดือนละ1ผลิตภัณฑ์เพื่อให้ความคุ้มครองครบ 4 ด้าน
ส่วนช่องทางตัวแทน มีแผนจะเพิ่มสถาบันฝึกอบรมอีกแห่งที่พิษณุโลกปีนี้ จากปัจจุบันมี 5 แห่ง มีตัวแทนทั้งสิ้น13,000 คนเป็นตัวแทน Active 63% และเบี้ยเฉลี่ยต่อตัวแทนต่อเดือนที่48,000-49,000บาท ถือว่ามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าตลาดและยังทรงตัวแม้ว่าภาวะดอกเบี้ยต่ำ ส่งผลให้บริษัทประกันชีวิตต้องปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องหยุดหรือชะลอขายประกันออมทรัพย์ระยะสั้นหันมามุ่งทำตลาดประกันความคุ้มครองและสุขภาพมีผลให้เบี้ยผ่านช่องทางธนาคารลดลงบ้างในช่วงที่ผ่านมานี้แต่ยังเติบโต
ด้านประกันกลุ่มเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่โตสูง ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ1 ด้วยความโดดเด่นการบริหารจัดการสินไหมทดแทนและมีแผนประกันที่หลากหลาย โดยบริษัทยังมุ่งขยายตลาดลูกค้าองค์กรผ่านการแนะนำจากตัวแทน สถาบันการเงินและโบรกเกอร์ต่างประเทศ จากปัจจุบันในไทยมีองค์กรที่มีการจ้างงานทั้งสิ้น500,000 บริษัท คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนเบี้ยประกันกลุ่มมาอยู่ที่10%
ด้านการลงทุน มียอดเม็ดเงินลงทุนรวมที่192,000 ล้านบาท เติบโต 17.6% จากสิ้นปีก่อน และยังเน้นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ คงสัดส่วนลงทุนพันธบัตรรัฐบาล 86% กองทุนกลุ่มอสังหาฯ 4% ตราสารการเงินระยะสั้น1% และอื่นๆ สัดส่วน3% ซึ่งถือเป็นว่าสอดคล้องกับสัญญากรมธรรม์กับลูกค้า แม้ในสถานการณ์ดอกเบี้ยต่ำก็ตาม และอยู่ในระดับที่ควบคมความเสี่ยงได้ดีขณะที่กฎเกณฑ์ใหม่ ทำให้ไม่เหมาะที่จะลงทุนในหุ้นเพราะมีต้ันทุนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทได้ออกจากตลาดประกันออมทรัพย์หันมารจับประกันคุ้มครองมากขึ้น
ด้านบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ไตรมาส 2/59 มีกำไรสุทธิ 9.39 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 409% จากปีก่อนที่มีกำไร 1.85 พันล้านบาท สาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการกลับการตั้งเงินสำรองพิเศษ(LATReserve)ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาระยะยาวลดลงจำนวน9.52พันล้านบาท
โดยในไตรมาส2ปีนี้มีเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ7.43พันล้านบาทเพิ่มขึ้น3%จากงวดปีก่อน ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก5.55%ในปี58มาที่5.89%ในปี59แต่ถ้ารวมผลกำไรขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเผื่อขายในหุ้นและตราสารหนี้จะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก5.22%ในปี58มาอยู่ที่8.70%ในปี59








