ทหารไทยชี้ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีไตรมาสสองยังอ่อนตัวลงอยู่ที่ 39.4 จากเศรษฐกิจชะลอตัว ภัยแล้งและสภาพคล่อง
มองไป3เดือนยังลดลงเหตุไร้ปจจัยหนุนเศรษฐกิจ เผยรอตัวเลขจีดีพีไตรมาส2ของสภาพัฒน์ก่อนปรับคาดการณ์จีดีพี
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้านักวิเคราะห์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยว่าความเชื่อมั่นเอสเอ็มเอียังมีแนวโน้มอ่อนแออยู่ โดย“ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม-ทีเอ็มบี” ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบว่าดัชนีปรับลดลงอยู่ที่ 39.4 จาก 42.1 ในไตรมาสก่อน จากความกังวลภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงชะลอตัว และผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 53.5 ลดลงจากระดับ 54.7 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลเรื่องรายได้และการควบคุมต้นทุนของธุรกิจเนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศขาดปัจจัยบวกที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว
สำหรับปัจจัยที่เอสเอ็มอียังกังวลมากเป็นอันดับที่ 1 คือ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศและการแข่งขัน ตามมาด้วย ปัญหาภัยแล้ง สภาพคล่องของธุรกิจตึงตัว ประมงบางพื้นที่ของภาคกลาง (จ.สมุทรสาคร) ได้รับผลกระทบจาก TIP และ IUU และปัญหาขาดแคลนแรงงานคุณภาพ แต่ไตรมาสสามนี้ปัญหาภัยแล้งเริ่มคลี่คลายแล้ว
“หากแยกรายภูมิภาคพบว่า ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีความเชื่อมั่นลดลง เนื่องจากผลกระทบจากภัยแล้งกระทบกับผลผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่ ด้านพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑล และภาคตะวันออก ดัชนีความเชื่อมั่นมีทิศทางลดลงจากไตรมาสแรกเล็กน้อยถึงทรงตัว แต่ภาคใต้ ดัชนีความเชื่อมั่น มีแนวโน้มฟื้นตัวเป็นไตรมาสที่ 5 สวนทางกับภูมิภาคอื่น เนื่องจากราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาว ซึ่งเป็นรายได้หลักของพื้นที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวยังเติบโตได้ดี”
เข่ยังกล่าวอีกว่าธนาคารอยู่ระหว่างรอตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส2ของสภาพัฒน์ก่อนจะทบทวนคาดกาณ์เศรษฐกิจไทย ในปีนี้ที่เดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.8% โดยคาดว่าไตรมาสสองจะเห็นการชะลอตัวเล็กน้อยจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว3.2%จากปัญหาภัยแล้งและวันหยุดยาว ส่วนปัจจัยทางการเมืองหลังการลงประชามตินั้นไม่ได้มีผลต่อการคาดการณ์มากนักเพราะจีดีพีเดิมที่คาดไว้นั้นธนาคารได้คาดการณ์ถึงผลการทำประชามติไว้แล้ว









