กำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ตามคาด; แนวโน้มขยายตัวในไตรมาสถัดไป
สอดคล้องกับประมาณการ
BTS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 (เม.ย.-มิ.ย.) ที่ 548 ล้านบาท ลดลง 82% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1,157% QoQ หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 34 ล้านบาทและกำไรพิเศษจาก VGI มูลค่า 120 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 1/59 จะอยู่ที่ 396 ล้านบาท ลดลง 28% YoY แต่เพิ่มขึ้น 18% QoQ ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับที่เราและตลาดคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
สาเหตุหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง YoY ได้แก่ 1) กำไรพิเศษลดลง, 2) ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง, 3) ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจบริการอ่อนตัวลง, 4) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น และ 5) ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันปัจจัยหนุนสำหรับการเติบโตของกำไร QoQ ได้แก่ 1) การบันทึกกำไรพิเศษ (เทียบกับมีค่าใช้จ่ายพิเศษในไตรมาส 4/58), 2) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจขนส่งมวลชน, 3) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจสื่อโฆษณา และ 4) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจบริการ สำหรับธุรกิจขนส่งมวลชนของ BTS รายได้จากการให้บริการเดินรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 6% YoY และ 2% QoQ มาอยู่ที่ 417 ล้านบาท เนื่องจากค่าจ้างในการเดินที่สูงขึ้นตามสัญญาของส่วนต่อขยายสายสีเขียว นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจาก BTSGIF เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 12% QoQ เป็น 221 ล้านบาท
นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยกำไรสุทธิของ VGI เติบโต 31% YoY และ 26% QoQ เป็น 313 ล้านบาท หนุนโดยอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น, การรวมงบการเงินของ MACO เข้ามาและกำไรพิเศษ ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อ่อนตัวลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากไม่มีการโอนคอนโด (ขายหมดทุกยูนิตแล้ว) และรายได้ที่ลดลงจากโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร ภายหลังจากการขายสินทรัพย์ให้บริษัทยูซิตี้ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมลงทุนเพิ่มขึ้น 42% YoY หนุนโดยผลขาดทุนที่ลดลงจากกิจการร่วมลงทุนกับ SIRI และ บริษัทยูซิตี้ สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 31.9% ในไตรมาส 1/59 จาก 25.3% ในไตรมาส 1/58 และ 26.3% ในไตรมาส 4/58
แนวโน้ม
กำไรหลักไตรมาส 2/59 (ก.ค.-ก.ย.) ของ BTS คาดเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากทุกธุรกิจหลัก ซึ่งตามปกติ ช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของการใช้ระบบขนส่งมวลชน ข้อมูลในอดีตชี้ว่าจำนวนผู้โดยสารมักขยายตัว 8% QoQ ในช่วงไตรมาสดังกล่าว
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรสุทธิในช่วง 3 เดือนแรก (เม.ย.-มิ.ย.) ของปีงบประมาณ 2559 คิดเป็น 26% ของประมาณการกำไรสุทธิของเราที่ 2,076 ล้านบาท ซึ่งเรายังคงประมาณการไว้ตามเดิม
คำแนะนำ
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวด้อยกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนภาพแนวโน้มการเติบโตของกำไรหลักปี 2559 ที่ไม่สูงนักไปแล้ว อย่างไรก็ตามเราคาดว่าโครงการขนส่งมวลชนใหม่ของภาครัฐจะช่วยหนุนให้มีอัพไซต์ต่อประมาณการกำไรบริษัทอย่างมีนัยยะสำคัญและน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีอัพไซต์จากโครงการร่วมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ทั้งนี้มูลค่าหุ้น BTS ในปัจจุบัน ซื้อขายที่ PBV ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2560 ที่ 2.3 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระยะยาว









