On the right track
ประเด็นการลงทุน
ประเด็นจากประชุมกับผู้บริหารเมื่อวานนี้ 1) สินค้าใหม่จะสามารถขึ้นสายการผลิตได้ตามแผนงาน ซึ่งบริษัทได้เริ่มการผลิตให้ลูกค้าใหม่อีก 2 รายใน 2Q16 ที่ผ่านมา คาดหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น 2) โรงงานผลิต Solar Panel ที่มีการประกาศไปก่อนหน้านี้ จะสามารถเริ่มการผลิตได้ในช่วงปลาย 3Q – ต้น 4Q16 นี้ 3) สัดส่วนสินค้าประเภท MMA ลดลงเร็วกว่าคาด ส่งผลให้เราปรับลดคาดการณ์รายได้และกำไรลง แต่เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ ที่คาดจะเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2H16-2017 ดังนั้นเราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท (ปรับลงจาก 9.15 บาท ตามการปรับลดคาดการณ์กำไร) ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดบน P/E 11 เท่า ในปี 2017 ยังให้ส่วนลดจากค่าเฉลี่ยกลุ่มเล็กน้อย แต่คาดบริษัทจะเติบโตดีกว่ากลุ่มฯ
แม้คาด 2Q16 จะมีกำไรน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ ...
คาดบริษัทจะรายงานกำไรหลัก 2Q16 ที่ 40 ล้านบาท (น้อยกว่าที่เราคาดการณ์เดิมที่ราว 50 ล้านบาท) แต่ยังคงพลิกเป็นกำไรจาก 2Q15 และเติบโตสูง 48% QoQ เพราะการลดสัดส่วนสินค้าประเภท Hard disk drive ลดลงเร็วกว่าคาด ส่งผลให้รายได้น้อยกว่าคาด อย่างไรก็ดีคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นจาก 1Q16 เล็กน้อยเพราะสัดส่วนรายได้จากลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยใน 2Q16 ที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มผลิตสินค้าใหม่ 2 รายการ ได้แก่ Muscle Stimulator และ Quick connect ที่เริ่มเร็วกว่าคาด
… แต่ 2H16 ปัจจัยหนุนมาจากมาร์จิ้นที่ดีขึ้นต่อเนื่อง
ผู้บริหารยังคงยืนยันการผลิตสินค้าใหม่ในช่วง 2H16 ที่จะหนุนมาร์จิ้นรวมให้สูงขึ้น ส่วนใหญ่เป็นไปตามเป้าหมายเดิมที่เคยให้ไว้ ซึ่งเป็นการเร่ง volume ของ Muscle Stimulator และ Quick connect ที่เริ่มผลิตไปเมื่อ 2Q16 และสำหรับสินค้ากลุ่ม Advanced Consumer Products อื่นๆ ยังคงเป็นไปตามแผน สำหรับโครงการผลิต Solar Panel Generation 3 ให้กับ strategic partner จากอเมริกา เฟสแรกขนาดกำลังการผลิต 40MW/ปี ผู้บริหารคาดโรงงานจะพร้อมสำหรับการผลิตในช่วงเดือนกันยายนนี้ และ 4Q16 จะสามารถเริ่มผลิตได้ อย่างไรก็ดีเรายังคงใช้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมคาดจะรับรู้รายได้จากโครงการนี้ในปีหน้า
ปรับลดคาดการณ์กำไรลงจากสัดส่วน MMA ที่ลดลงเร็วกว่าคาด
เราปรับประมาณการกำไรปี 2016-17 ลง 16% และ 13% เป็น 277 และ 500 ล้านบาท เพราะสัดส่วนสินค้าประเภท Hard disk drive ลดลงเร็วกว่าที่เราประเมิน คาดเหลือเพียง 37% และ 22% ของรายได้รวม (จาก 77% ในปี 2017) เราจึงปรับลดสมมติฐานรายได้ลง 20% และ 15% เป็น 4,904 และ 6,232 ล้านบาท เรายังคงคาดสินค้าใหม่ที่จะเริ่มผลิตและจะมี volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญจะช่วยหนุนให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.5% และ 12.8% ในปี 2016-17 ตามลำดับ
การปรับลดประมาณการกำไรของ consensus เริ่มจบลง
คาดราคาหุ้นจะเริ่มหมดแรงกดดันจากการปรับลดคาดการณ์กำไรของตลาด เพราะก่อนหน้านี้ตลาดส่วนใหญ่ไม่คาดการณ์ว่าการผลิตสินค้า MMA จะลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 1Q-2Q16 จึงเกิดการปรับลดประมาณการกำไรตั้งแต่ช่วงงบ 1Q16 ประกาศเป็นต้นมา ซึ่งเราคาดปัจจัยดังกล่าวได้สะท้อนไปในราคาหุ้นที่ underperform ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้ว









