วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ต่างชาติ’ มั่นใจหุ้นไทยพุ่ง

"ดัชนีความเชื่อมั่น" แตะนักลงทุน 128.81 จุด สูงสุดในรอบ 20 เดือน เข้าข่ายร้อนแรงครั้งแรก นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นพุ่ง 71%

‘ต่างชาติ’ มั่นใจหุ้นไทยพุ่ง

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 128.81 จุด สูงสุดในรอบ 20 เดือน เข้าข่ายร้อนแรงครั้งแรก นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นพุ่ง 71%

นายคเนศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน ส.ค.59 อยู่ที่ 128.81 จุด เพิ่มขึ้น 23.31 % อยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 20 เดือน พบว่าความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ สูงสุดนับจากเริ่มทำการสำรวจที่ 171.43 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 71.43 %จากเดือนก่อน ขณะที่กลุ่มสถาบันในประเทศอยู่ที่ 136 จุดเพิ่มขึ้น 36 % และกลุ่มรายบุคคลที่ 117.10 จุด เพิ่มขึ้น 10.11 %

ปัจจัยหนุนต่อตลาดทุน นักลงทุนทุกกลุ่มมองว่า มาจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงนั้น นักลงทุนรายบุคคลและสถาบันในประเทศห่วงการเมืองในประเทศ ส่วนนักลงทุนต่างชาติห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุน นักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจหุ้นกลุ่มธนาคารมากที่สุด ส่วนนักลงทุนรายบุคคลมองว่ากลุ่มการแพทย์น่าสนใจลงทุนที่สุด ขณะที่อุตสาหกรรมที่ไม่น่าสนใจลงทุน นักลงทุนรายบุคคล และนักลงทุนต่างชาติมองว่ากลุ่มแฟชั่นไม่น่าสนใจลงทุน และกลุ่มสถาบันในประเทศ มองว่ากลุ่มเกษตรไม่น่าสนใจลงทุน

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ทิศทางของเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ยังไหลเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จากจีดีพีที่เติบโตดีกว่าคาด และกำไรบริษัทจดทะเบียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ท่ามกลางผลตอบแทนพันธบัตรของทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำทำให้เงินเหล่านั้นต้องหาผลตอบแทนที่สูงกว่า หรือพฤติกรรมเสิร์ช ฟอร์ ยิลด์ โดยเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วกว่า 8 หมื่นล้านบาท ผลักดันให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นปีถึง 17 %

“ผลประชามติที่ชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้เสถียรภาพทางการเมืองชัดเจน ซึ่งเป็นผลดีและส่งผลให้เงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหุ้นขนาดใหญ่ที่จะได้รับอานิสงค์ดังกล่าว”

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจหลังจากนี้ จะมี 5 ประเด็นหลัก คือ 1 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ 2 สภาพคล่องในระบบที่ยังอยู่ในระดับที่สูง 3. การจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มสื่อสาร และกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก ที่จะจ่ายเงินปันผลในปีนี้ ประเด็นที่ 4 การประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ที่คาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งในกลุ่มก่อสร้างและกลุ่มค้าปลีก และข้อที่ 5  ผลการทำประชามติที่ปลดล็อคความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุน

ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องติดตามหลังจากนี้จะเป็นปัจจัยต่างประเทศ ทั้งการทำประชามติของประเทศกลุ่มยุโรป ที่อาจออกจากอียูตามประเทศอังกฤษ และ การปรับคณะรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ที่เป็นประเด็นน่ากังวลในระยะยาว

สำหรับความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (8 ส.ค.) คึกคักอย่างมากหลังทำประชามติเมื่อ 7 ส.ค. ผ่านไปได้ด้วยดี ดัชนีปิดซื้อขายที่ 1,542.26 จุด ตัวเพิ่มขึ้น 23.57จุด มูลค่าการซื้อขาย  76,292 ล้านบาท โดยต่างชาติม่ียอดซื้อสุทธิถึง 6,887 ล้านบาท