จับตากระแสโปเกม่อนโกดัน "หุ้นมือถือและผู้ให้บริการเครือข่าย"
กระแสสังคมในเวลานี้นอกจากการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว คงจะไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงไปกว่า ‘โปเกม่อน โก’ กันอีกแล้ว เพียงเริ่มเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในไทยเมื่อ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา แม้ในตลาดหุ้น ก็เริ่มมีกระแส โปเกม่อน โกจะเป็นเกมส์ที่ต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนให้บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่
วิกรานต์ ลำไย เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายวิจัย บล.อาร์เอชบี ยืนยันว่าแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มมือถือ ทั้งหุ้นบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) หุ้นแอดวานซ์ (ADVANC) และหุ้นดีแทค (DTAC) น่าจะเป็นไปตามภาวะตลาด และปัจจัยเฉพาะตัวมากกว่าเรื่องประโยชน์ที่จะได้รับจากเกมโปเกม่อน
ที่ผ่านมาหุ้นทรูซึ่งราคาเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 9 บาท จาก 7 บาท ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มองว่าเป็นการปรับตัวขึ้นโดยที่กำไรไม่ได้สนับสนุน เพราะผลประกอบการในปีนี้มีแนวโน้มขาดทุน 2,700 ล้านบาท และปี 2560 ก็ยังมีแนวโน้มขาดทุนราว 300-500 ล้านบาท
"การปรับตัวขึ้นของทรูและแอดวานซ์น่าจะมาจากปัจจัยเฉพาะตัวมากกว่า อย่างทรูเป็นเรื่องของแรงเก็งกำไรจากความคาดหวังที่ส่วนแบ่งรายได้จะเพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในปี 2560 จากราว 22% เป็น 30% ซึ่งจะช่วยให้มาร์จิ้นของบริษัทสูงขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยให้บริษัทพลิกมีกำไร 3,700 ล้านบาท ในปี 2561 บนฐานรายได้ 150,000 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่าราคาในขณะนี้เล่นกันบนความคาดหวังล่วงหน้า 2 ปี ขณะที่แอดวานซ์นั้น นักลงทุนคาดหวังว่าจะเห็นการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง และซื้อเพื่อรับเงินปันผลก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 15 ส.ค. นี้"
ทั้งนี้ โดยภาพรวมจากการทดลองเปิดใช้งานเกมส์ 8 ชั่วโมง พบว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตประมาณ500 เมกะไบท์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้เล่นเกมส์ส่วนมากไม่น่าเล่นถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน
ขณะที่งานวิจัยในสหรัฐบอกว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่เล่นโปเกม่อน โกใช้เวลาเพียง 35-40 นาทีต่อวันในการเล่น คิดเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ถึง 10 เมกะไบท์ แต่ในไทยอาจจะสูงกว่านั้นได้ จากกระแสที่เกิดขึ้น โดยอาจจะอยู่ที่ราว 2 ชั่วโมงต่อวัน
“แม้จะดูเหมือนว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะมากขึ้น แต่จุดสำคัญที่ผู้คนไปรวมตัวกันเล่น ก็มักเป็นสถานที่ที่มีสัญญาณไวไฟของแต่ละบริษัท ขณะที่แพ็คเกจที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้งานก็เป็นแบบไม่จำกัดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโปเกม่อน โกจึงไม่ได้ช่วยให้ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มรายได้อย่างมีนัยยะ เพราะแพ็คเกจในปัจจุบันก็ค่อนข้างครอบคลุม”
อย่างไรก็ตามโปเกม่อน โกอาจจะช่วยให้บริษัทชิงลูกค้าแบบเติมเงิน (pre-paid) มาได้มากขึ้น โดยเฉพาะ ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์โปเกม่อนในการทำการตลาดแต่เพียงรายเดียว
“ทรูมีเป้าหมายจะเพิ่มฐานลูกค้าแบบ pre-paid เป็น 1 ใน 3 ของ ลูกค้าทั้งหมด หรือราว 30 ล้านราย ในอนาคต จากปัจจุบันที่มีเพียง 15 ล้านราย ซึ่งการได้ลิขสิทธิ์มานี้ บริษัทคงจะทำการตลาดเพื่อชิงฐานลูกค้า เช่นเดียวกับที่บริษัทได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ”








